ทั่วไปพวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญของแต่ละแคว้น ไม่ออกโรงง่าย ๆ
ส่วนจอมยุทธนั้นถือเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในยุทธภพ แต่ก็มีจำนวนน้อยมาก แม้แต่ในราชสำนักก็นับว่าเป็นกลุ่มคนระดับสูงสุด
ส่วนขั้นเซียนเทียนถือเป็นกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์หลักในยุทธภพ เมื่อผู้คนพูดถึงยอดฝีมือที่มีชื่อเสียง ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในระดับนี้
หากให้หลี่เต้าวิเคราะห์ ในสายตาของเขา คนธรรมดาก็เปรียบเสมือนสัตว์อสูรตัวเล็ก ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนเปรียบเสมือนสัตว์อสูรชั้นยอด ส่วนผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนเปรียบเสมือนราชันย์อสูร
แม้ว่าขั้นโฮ่วเทียนกับขั้นเซียนเทียนจะต่างกันเพียงแค่คำเดียว แต่ความแตกต่างของพลังนั้นมีมากถึงสิบเท่าเป็นอย่างน้อย
ส่วนจินเซิ่งที่เขาเคยเผชิญหน้าด้วยครั้งก่อนนั้น เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสองเท่านั้น ยังไม่ถึงระดับหนึ่งด้วยซ้ำ
“ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียน? เจ้าไม่ได้พูดเล่นกระมัง ใครจะรับมือไหว?” เสิ่นซานร้อนรน เห็นได้ชัดว่าเขารู้ดีถึงความร้ายกาจของผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียน
เว่ยอวิ๋นเอ่ยปาก “พวกเจ้าวางใจได้ ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนผู้นั้นไม่จำเป็นต้องให้พวกเจ้าลงมือ ข้าจะจัดการเอง”
“หืม?” เสิ่นซานทำหน้าตกตะลึง “เจ้าอยู่ขั้นเซียนเทียนหรือ?”
เว่ยอวิ๋นยิ้มบาง ๆ “มีอะไรไม่สมควรหรือ?”
เสิ่นซานถึงกับพูดไม่ออก รู้สึกว่าตนเองช่างกล้าหาญเหลือเกิน ที่แท้ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขากำลังเถียงกับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนมาตลอด
“เจ้าคิดอย่างไรบ้าง