นหลี่เต้าถึงเข้าใจว่านิสัยเก่าของเสิ่นซานกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว
“เจ้าเก็บไว้เองเถิด”
เสิ่นซานไม่เกรงใจ รีบเก็บลูกปัดใส่อกเสื้อของตน แล้วค้นหาต่อ
หลี่เต้าชำเลืองมองอีกสามคน แล้วกล่าวว่า “พักก่อนเถอะ ครึ่งชั่วยามหลังจากนี้ค่อยกลับไปยังเมืองจ่างกู่”
พูดจบ เขาก็หาที่สะอาดแล้วทิ้งตัวพักผ่อน
การสังหารผู้คนมากมายเช่นนี้ จะบอกว่าไม่มีความรู้สึกหนักอึ้งในจิตใจนั้นคงเป็นเรื่องโกหก ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่ปีศาจนักฆ่าที่เกิดมาเพื่อการนี้
ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องสงบจิตใจตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการกลายเป็นปีศาจนักฆ่าตัวจริง
ครึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ท้องฟ้ายังไม่สว่าง หลี่เต้าก็พาคนกลุ่มหนึ่งกลับมายังเมืองจ่างกู่
……
ภายในกระโจมใหญ่ของทัพหลัก ณ เมืองจ่างกู่
เว่ยอวิ๋นมองดูคนทั้งห้าด้วยความตกตะลึง “พวกเจ้าสังหารกองกำลังทั้งหมดขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นเชียวรึ?”
เขาเพียงแค่สั่งให้ทั้งห้าคนหาวิธีลอบสังหารองค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น ไม่ได้สั่งให้พวกเขาไปฆ่าล้างบางทั้งกองกำลัง จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
พูดถึงเรื่องนี้ เสิ่นซานก็รู้สึกฮึกเหิม “ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของพี่ใหญ่ เขาคนเดียวกำจัดองครักษ์ไปเกือบร้อยนาย ยังสังหารหัวหน้าองครักษ์ที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสองอีกด้วย พวกเราสี่คนแค่ยืนดูเท่านั้น”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหล่ากุ่ยก็เบ้ปาก ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนยืนดูอยู่เฉย ๆ แต่ด้วย