วัยปูนนี้แล้ว เขาขี้เกียจจะพูดอะไรให้มากความ
“โอ้!” เว่ยอวิ๋นมองหน้าหลี่เต้าด้วยความประหลาดใจ “เจ้าสามารถจัดการผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสองได้เชียวรึ?”
หลี่เต้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ “คนผู้นั้นเป็นของปลอมก็ได้”
ขณะที่พูดเขาก็เหลือบมองเหล่ากุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ถึงอย่างไรคนผู้นี้ก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับหนึ่ง
เหล่ากุ่ย “???”
เว่ยอวิ๋นตอบกลับ “แม้จะเป็นของปลอม แต่ความสามารถที่เจ้าแสดงออกมาก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว”
“ในระดับผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียน การที่คนเพียงคนเดียวสามารถทำลายกองทัพได้เป็นร้อย ก็นับว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง”
“แม้ว่าคนพวกนั้นจะไม่ใช่องครักษ์ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นทางการ แต่การที่พวกเขาได้เป็นองครักษ์ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว”
หลี่เต้าได้แต่ยักไหล่ ไม่พูดอะไรเพิ่มเติม
ในความคิดของเขา ยิ่งทำตัวเงียบไว้เท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าหลี่เต้าไม่อยากพูดอะไรมาก เว่ยอวิ๋นก็ไม่อยากสนทนาต่อให้เกิดความอึดอัด จึงเอ่ยขึ้นว่า “หลังจากผ่านเหตุการณ์วุ่นวายมาทั้งคืน คงทำให้พวกเจ้าเหนื่อยล้าแล้ว ไปพักผ่อนเถิด”
เสิ่นซานเอ่ยขึ้นว่า “ท่านแม่ทัพเว่ยข้าขอถามหน่อย ที่ท่านบอกให้พวกข้าไปพักผ่อน หมายความว่าจะให้พวกข้ากลับไปที่คุกมืดใช่หรือไม่?”
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร พวกเจ้าช่วยเหลือข้าอย่างมาก ข้าจะจัดกระโจมให้แต่ละคนได้พักคนละหลัง”
เสิ่นซานแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ “อย่างน