ญญาณโลหิต บาดแผลที่เลือดไหลของสวีหู่ก็หยุดไหลในทันที สะเก็ดแผลปรากฏขึ้นบนบาดแผลให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า เมื่อยาซึมเข้าไป สะเก็ดแผลก็ยิ่งหนาขึ้น
เช่นเดียวกัน เหล่ากุ่ยก็ทายาให้กับคนบ้าที่อยู่ข้าง ๆ
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้เสิ่นซานตกตะลึง แต่ยังทำให้องค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นและบรรดาองครักษ์พากันตะลึงงัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสรรพคุณของยาชนิดนี้ ทำให้ทุกคนรู้สึกหวั่นไหวไปตาม ๆ กัน
ไม่ว่าจะท่องยุทธภพหรือออกสนามรบ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือบาดแผลที่ยากจะรักษา
“ครั้งนี้เจ้าทำให้ข้าต้องเปลืองยาไปไม่น้อยเลย” หลังจากทายาให้สวีหู่เสร็จ เหล่ากุ่ยก็อดเสียดายไม่ได้
คิดจบ เขาหันกลับไปมองยังองครักษ์ขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น สายตาพลันเป็นประกายวาบขึ้นมา
เขาเดินไปหาองค์ชายสามลั่วอวิ๋นแล้วกล่าวว่า “เจ้าช่วยข้าอีกสักเรื่องได้หรือไม่?”
“เรื่องอันใดหรือ?”
“ง่ายมาก”
ไม่นานหลังจากนั้น เสิ่นซานมองดูบรรดาองครักษ์ที่เข้าแถวรอเจาะเลือดต่อหน้าเหล่าเหล่ากุ่ยด้วยความงุนงง จึงถามว่า “เหล่ากุ่ย เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”
“เจ้าคิดว่ายาพวกนั้นผุดขึ้นมาจากอากาศหรือไร?”
“เลือดคนก็ใช้เป็นยาได้ด้วยหรือ?”
“ฮึ ๆ สำหรับข้าแล้ว ทุกสิ่งในธรรมชาตินั้นล้วนใช้เป็นยาได้ทั้งสิ้น อีกอย่างข้าก็เป็นคนใจดี มิเช่นนั้น…”
เหล่ากุ่ยอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มอย่างน่าขนลุก