ยถือยาเดินเข้าไปหาสวีหู่และคนบ้าน้อย โดยไม่สนใจท่าทีดุดันของทั้งสอง แล้วลงมือทายาให้ทันที
“ระวังด้วย!”
เสิ่นซานตกใจกับภาพตรงหน้า เกรงว่าสวีหู่หรือคนบ้าน้อยจะลงมือกับผู้เฒ่า แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เขาตะลึง
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้เฒ่า ทั้งสวีหู่และคนบ้าน้อยกลับไม่แสดงท่าทีก้าวร้าวเหมือนตอนแรก
“เหล่ากุ่ย เจ้านี่มัน……” เสิ่นซานมีสีหน้าประหลาดใจ
ต้องรู้ไว้ว่านอกจากหลี่เต้าแล้ว สองคนนี้ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครเลย
เหล่ากุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ข้าฝึกฝนปราณนิรันดร์มาเกือบร้อยปี ปราณนี้เลียนแบบพลังธรรมชาติในโลก สำหรับคนทั่วไปอาจไม่มีผลอะไร แต่สำหรับสองคนนี้กลับมีสรรพคุณพิเศษ”
เขาหยิบขวดใบหนึ่งออกมา เปิดฝาแล้วนำไปวางไว้ใต้จมูกของสวีหู่
“สูดเข้าไป”
สวีหู่พยักหน้าแล้วสูดหายใจเข้าไป ในวินาทีถัดมาร่างของเขาก็แดงระเรื่อ ทั้งร่างกายกลับมามีเรี่ยวแรงขึ้นมากทันที
หลังจากนั้นก็ให้คนบ้าน้อยทำเช่นเดียวกัน
เหล่ากุ่ยอธิบายไปพร้อมกันว่า “นี่คือหมอกวิญญาณเลือดที่ข้าปรุงขึ้น ใช้สำหรับรักษาชีวิตผู้บาดเจ็บภายนอกโดยเฉพาะ ต่อให้อวัยวะภายในทั้งห้าพังยับเยิน ก็ยังทำให้คนประทังชีวิตได้ครึ่งชั่วยาม”
หลังจากนั้นเขาก็หยิบขวดใบหนึ่งออกมา เทยาขี้ผึ้งเหนียว ๆ ออกมาทาบนบาดแผลของสวีหู่
“นี่คือขี้ผึ้งวิญญาณโลหิต พัฒนามาจากหมอกวิญญาณโลหิต แม้จะไม่สามารถชุบชีวิตคนตาย แต่สามารถทำให้เนื้อและกระดูกงอกใหม่ได้”
หลังจากทาขี้ผึ้งวิ