บทที่ 23 หลี่เต้าคลี่คลายสถานการณ์เพียงแวบเดียวก็เห็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มคนนั้นมีดาบเหน็บที่เอว มือซ้ายของเขาอุ้มร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่ง ซึ่งก็คือมือสังหารที่เมื่อครู่ถูกเขาฟันกระเด็นไป
ส่วนมือขวาก็ประคองเป้าหมายที่เขาเพิ่งจะจัดการเมื่อสักครู่ เห็นได้ชัดว่าทั้งสามคนเป็นพวกเดียวกัน
เมื่อเห็นสวีหู่รอดชีวิต เจ้าบ้าตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของหลี่เต้าส่งเสียงร้องอย่างอ่อนแรง แม้จะยังคงฟังไม่เข้าใจ แต่รู้สึกได้ว่าเขาดูมีความสุขอยู่บ้าง
“พอเถอะ เจ้าควรดูแลตัวเองก่อน”
แผลจากคมดาบที่เจ้าบ้าตัวน้อยได้รับนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก โชคดีที่เขาเป็นเด็กพิษ ทั่วร่างแข็งแกร่งดั่งทองแดงและเหล็กกล้า มิเช่นนั้นอาจถึงแก่ความตายในทันที
เจ้าบ้าตัวน้อยส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างอ่อนแรง จากนั้นก็พยายามขยับตัวไปเกาะบนไหล่ของสวีหู่แล้วนอนลงอย่างสบายใจ
เมื่อสวีหู่เห็นว่าเจ้าบ้าตัวน้อยไม่ตาย ความคลั่งในดวงตาก็จางหายไปครึ่งหนึ่ง เผยรอยยิ้มเซ่อซ่าออกมา
เมื่อเห็นภาพนี้หลี่เต้ารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดว่าสวีหู่กับเจ้าบ้าตัวน้อยจะสนิทสนมกันมากขึ้น
เมื่อเห็นทั้งสามคนยังมีอารมณ์พูดคุยกันอยู่ จินเซิ่งรู้สึกเสียหน้ามาก จึงออกคำสั่งไปยังองครักษ์รอบข้างว่า “พวกเจ้ายืนมองอะไรกัน มือสังหารไร้ประโยชน์ไปแล้วสองคน รีบไปสังหารพวกมันเสียที”
“หัวของมือสังหารหนึ่งคน รางวัลร้อยตำลึงทอง”
ในสายตาของจินเซิ่ง สองคนที่