งถูกย้อนถามอีก
แต่อีกฝ่ายคือคนที่ข้าต้องปกป้อง เขาจึงกล่าวว่า “อาจจะมีคนต้องการทำลายการเจรจาระหว่างองค์ชายสามกับเผ่าถ่ามู่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่คิดเลยว่าจะมีคนคิดทำร้ายข้าจริง ๆ”
ท่ามกลางความโกรธแค้น องค์ชายสามลั่วอวิ๋นพลันตื่นตระหนกถามจินเซิ่งว่า “มือสังหารจะบุกเข้ามาหรือไม่?”
เมื่อได้ยินดังนั้น จินเซิ่งก็ลุกขึ้นด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ “องค์ชายสามวางพระทัยได้ เมื่อครู่ข้าสังเกตเห็นว่ามีนักลอบสังหารเพียงห้าคนเท่านั้น พวกมันไม่มีทางฝ่าด่านองครักษ์สามร้อยนายมาถึงตัวท่านได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข้าอยู่ด้วย”
องค์ชายสามลั่วอวิ๋นถอนหายใจด้วยความโล่งอก จู่ ๆ ก็รู้สึกสนใจขึ้นมา “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะออกไปดูว่าพวกนักลอบสังหารตายอย่างไร ได้หรือไม่?”
แต่เดิมจินเซิ่งตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อคิดว่า หากให้องค์ชายสามได้เห็นภาพการแสดงฝีมืออันน่าเกรงขามของเหล่าองครักษ์ น่าจะทำให้ได้รับความไว้วางพระทัยจากองค์ชายสามมากขึ้น จึงอนุญาตอย่างไม่รู้ตัว
“เมื่อข้าอยู่ตรงนี้ องค์ชายสามวางพระทัยได้”
“ถ้าเช่นนั้นไปกันเถิด”
“เชิญองค์ชายสามเสด็จ”
……ในค่ายทหาร หลี่เต้าถือดาบเหล็กทมิฬข้างหนึ่ง อีกมือใช้วิชาดาบวายุ เขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางกลุ่มองครักษ์ ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานได้
ทุกที่ที่คมดาบผ่านไป มีเพียงเศษซากร่างกายและสายฝนเลือด
ส่วนการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามที่มุ่งมาทางเขา ล้วนถูกสัญชาตญาณอันว่องไวป้องกันได