ครึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ขบวนขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นก็หยุดพักตรงตามเวลาที่กำหนด ทุกคนเริ่มก่อไฟและตั้งค่ายพักแรม ณ ที่แห่งนั้น สมกับเป็นชนเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าจริงๆ เพียงชั่วธูปเดียวก็สร้างค่ายพักเสร็จเรียบร้อย ณ เนินเขาที่ไม่ไกลจากค่ายพักขององค์ชายสามแห่งเผ่าลั่วอวิ๋น กลุ่มของหลี่เต้าได้รวมตัวกันอยู่ที่นี่
“นี่คือกับดักที่เจ้าบอกว่าไม่มีทางพลาดใช่หรือไม่?” หลี่เต้ามองไปยังค่ายของเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะหันกลับมามองเสิ่นซาน เสิ่นซานทำหน้าไร้เดียงสา “ข้าก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะหยุดตั้งค่ายพักแรมตรงนี้” เขามองไปยังค่ายพักขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น ที่อยู่ห่างจากกับดักที่ตนวางเอาไว้ไม่ถึงร้อยก้าว ในใจอดสบถด่าไม่ได้ ทำไมต้องหยุดตรงนี้ด้วย? ทำไมไม่เดินไปอีกสักหลายก้าว?
“เจ้าเด็กอ้วน เจ้าทำให้ยาพิษของข้าสูญเปล่า” เหล่ากุ่ยบ่นพึมพำอยู่ข้าง ๆ สำหรับหลี่เต้านั้น เขาไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่สำหรับเหล่ากุ่ย เขายึดมั่นในหลัก ‘เคารพผู้อาวุโส’ เป็นหลัก “สูญเปล่าหรือ? เรื่องอะไรกัน ยาพิษที่ไม่สามารถสังหารคนได้น่ะหรือ?” “ยาพิษของข้าไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าคนเสียหน่อย” “ถ้ายาพิษไม่ฆ่าคน แล้วจะเรียกว่ายาพิษได้อย่างไร?” “เช่นนั้นเจ้าลองดูสักหน่อยดีหรือไม่?”
เมื่อเห็นทั้งสองคนเริ่มทะเลาะกัน หลี่เต้าจึงเตะก้นของเสิ่นซาน “หุบปากซะ!” ส่วนเหตุผลที่ไม่เตะเหล่ากุ่ยน่ะหรือ? คนแก่อายุร้อยกว่าปี แถมตอนนี้เป็น