ะเบียนด้วย เพียงแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีข้อมูลหลงเหลืออยู่เลย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เต้าพอจะเข้าใจบ้างแล้ว อีกทั้งโอกาสที่จะออกจากค่ายนักโทษประหารนั้นมีน้อยมาก ดังนั้นการลบทะเบียนราษฎร์จึงไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เพราะผลลัพธ์สุดท้ายคือ เมื่อคนตาย ทะเบียนก็หายไป ส่วนนักโทษประหารอย่างเสิ่นซานนั้นมีฝีมือเหนือกว่าคนทั่วไปจึงถือว่าเป็นกรณีพิเศษที่หายาก แม้จะพูดว่า เมื่อเข้าค่ายนักโทษประหารแล้วจะถูกลบทะเบียนราษฎร์ แต่เพราะความพิเศษของพวกเขา ข้อมูลบางส่วนจึงยังคงถูกเก็บไว้ ส่วนเรื่องของเขาถือเป็นกรณีพิเศษโดยบังเอิญ หากไม่ใช่เพราะระบบ ตอนนี้เขาคงตายไปตั้งแต่ภารกิจนักโทษประหารครั้งแรกและคงไม่มีทางได้เข้าร่วมกลุ่มพิเศษห้าคนนี้
หลี่เต้าหยิบสมุดทะเบียนขึ้นมา พลิกเปิดหน้าแรก เนื้อหาด้านในปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา
“ชื่อ: เสิ่นซาน” “เพศ: ชาย” “อายุ: 36” “ความผิด: ลักทรัพย์ ขู่กรรโชก ลักพาตัว” “วรยุทธ์: ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับหก” “รายละเอียด: เชี่ยวชาญวิชาตัวเบา อาวุธลับ การไขกุญแจและกลไก”
เสิ่นซานเข้ามาดูอย่างใกล้ชิด แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นว่า “พวกเจ้าทำผิดแล้วกระมัง ข้าเป็นยอดโจรผู้เลื่องชื่อ ข้าเคยไปลักพาตัวผู้ใดกัน?” เว่ยอวิ๋นกล่าวเรียบ ๆ “ครั้งสุดท้ายที่เจ้าขโมยของ เจ้าเคยจับเด็กคนหนึ่งมัดไว้หรือไม่?” เสิ่นซานเบิกตากว้าง “ข้าไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะโผล่มา ข้าแค่มัดเขาไว้ไม่ให้ส่งเสียงดัง นี่