าใกล้ผู้นี้ได้อย่างไร แม้ว่าน้ำหนักตัวของเขาจะไม่น้อย แต่จะเอาไขมันไปเทียบกับกล้ามเนื้อได้อย่างไร? คุณภาพนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง
เสิ่นซานอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางหลี่เต้าอีกครั้ง “ให้เจ้าจัดการเขาเองไม่ดีกว่าหรือ?” หลี่เต้าชำเลืองมองชายอ้วนขี้ขลาดผู้คนนั้นด้วยสายตาดูแคลน แต่ในตอนนี้ดูเหมือนไม่มีทางเลือก ในเมื่อเว่ยอวิ๋นไม่ยอมลงมือ ดูเหมือนจะเหลือเพียงเขาที่ต้อง ‘โน้มน้าว’ เจ้ายักษ์ผู้นี้
ทันใดนั้น เจ้ายักษ์ที่กำลังเหม่อลอยอยู่ก็ขยับตัว เขาหันกลับมามองหลี่เต้า แล้วชี้ไปที่ตัวเองพลางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าด้วยพละกำลังได้ ข้าจะฟังคำสั่งของเจ้า” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าเองยังไม่ทันได้พูดอะไร เสิ่นซานที่อยู่ข้าง ๆ กลับร้อนใจขึ้นมาก่อน
“ข้าจะบอกให้นะ ไอ้หนุ่มร่างยักษ์ เจ้าไม่ดูน้ำหนักตัวเองบ้างหรือไร คิดจะมาวัดกำลังกับเขา ทำไมไม่ไปลองแข่งความคล่องแคล่วกับเด็กน้อยคนนั้นเสียล่ะ?” เขาชี้ไปทางเด็กบ้าที่หลบอยู่ตรงมุมห้อง เด็กบ้าเห็นคนอ้วนน่ารำคาญที่อยู่ไม่ไกล จึงแยกเขี้ยวใส่ แต่เมื่อเห็นคนที่จับตนหมุนวนเมื่อครู่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็หดคอโดยไม่รู้ตัว
เจ้ายักษ์ไม่สนใจเสิ่นซานเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่จ้องมองไปที่หลี่เต้าเท่านั้น
“ตกลง” หลี่เต้าพยักหน้ารับในที่สุด ถึงแม้เจ้ายักษ์ผู้นี้จะสูงใหญ่ กายภาพบ่งบอกถึงพละกำลังมหาศาล แต่ตัวเขาก็มิได้ด้อยไปกว่ากัน ร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไ