คนอื่น ๆ ต่างพากันตะลึง พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลี่เต้าจะใช้วิธีการเช่นนี้จัดการกับคนบ้า เมื่อหลี่เต้ารู้สึกว่าพอได้ที่แล้ว เขาก็หยุดลง เขาปล่อยคนบ้าตัวน้อยลงพื้นเสียงดังตุ้บ!
คนบ้าตัวน้อยทรุดลงกับพื้นทันที ดวงตาทั้งสองข้างเหม่อมองไปด้านหน้าอย่างไร้สติ รู้สึกราวกับเห็นย่าทวดของตนกำลังโบกมือเรียก ผ่านไปราวห้านาที ดวงตาของคนบ้าคนนั้นถึงมีประกายขึ้นมา แววคลุ้มคลั่งในดวงตาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อเขาเห็นหลี่เต้าที่อยู่ข้าง ๆ แววคลุ้มคลั่งนั้นก็หายวับไปในพริบตา แล้วแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
“อ๊าก!!” เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก คนบ้าตัวน้อยล้มลุกคลุกคลานหนีไปหลบอยู่ที่มุมห้อง แอบมองมาทางหลี่เต้าอย่างระแวดระวังจากระยะไกล ราวกับกลัวว่าอีกเพียงวินาทีเดียว หลี่เต้าจะจับตัวมาหมุนอีกครั้ง
ไม่ไกลนัก เสิ่นซานก็อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งขึ้น “เจ้านี่มีวิธีจริงๆ” จากนั้นก็หันไปมองเว่ยอวิ๋นพลางกล่าวว่า “คนบ้านี่ถูกน้องชายผู้นี้พิชิตได้แล้ว น่าจะถือว่าผ่านแล้วกระมัง?”
เว่ยอวิ๋นได้สติพยักหน้ารับ เห็นด้วยกับวิธีจัดการเจ้าบ้าตัวน้อยของหลี่เต้าอย่างน่าทึ่ง อดชื่นชมในใจไม่ได้ “งั้นต่อไปก็เหลือแต่เจ้ายักษ์แล้วสินะ”
พอพูดถึงเจ้ายักษ์ เสิ่นซานก็เหลือบมองไปทางยักษ์ร่างย่อมที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วก็เกิดอาการหวั่นเกรงขึ้นมาทันที แม้แต่คนบ้าคนนั้นเขายังรับมือไม่ได้ แล้วจะไปเอาชนะคนที่ดูท่าทางไม่น่าเข้