ันที่เรียงรายเหมือนฟันเลื่อย ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งผสมกับความใสซื่อ ราวกับเป็นคนวิกลจริต
เงาร่างสองร่างที่ตามมานั้นดูปกติกว่าสองคนแรกอยู่บ้าง หนึ่งในนั้นคือชายวัยกลางคนร่างอ้วนใบหน้าดูลามก อีกคนหนึ่งคือชายชราที่พูดจาพึมพำไม่เป็นภาษา
คนเดียวที่ดูปกติในที่นี้น่าจะเป็นชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง ร่างกายของเขาสวมเกราะที่มีลักษณะคล้ายกับเกราะของหัวหน้าหลิว แต่ดูเหมือนว่าระดับจะสูงกว่า ชายผู้นี้ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนที่อันตรายที่สุดในบรรดาคนเหล่านี้
“ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว ขาดแค่เจ้าคนเดียวเท่านั้น”
ชายวัยกลางคนเห็นหลี่เต้าแล้วยิ้มบาง ๆ
“เจ้าคือผู้ใด?” หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยความสงสัย
ชายวัยกลางคนเอ่ยปากตอบว่า “ข้าคือเว่ยอวิ๋น แม่ทัพใหญ่แห่งค่ายเว่ยอู่”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็ชะงักไปชั่วขณะ
แม่ทัพใหญ่แห่งค่ายเว่ยอู่หรือ?
หากความทรงจำของเขาไม่ผิดพลาด กองทัพที่ตั้งค่ายอยู่ในเมืองจ่างกู่ก็คือค่ายเว่ยอู่ แม่ทัพใหญ่ก็คือเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุด และนั่นคือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของหัวหน้าหลิว
เมื่อคิดเสร็จ หลี่เต้าก็มองไปยังสี่คนรอบข้าง “ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพต้องการอะไรจากนักโทษประหารธรรมดา ๆ เช่นข้าขอรับ?”
“ธรรมดาหรือ?” เว่ยอวิ๋นส่ายหน้าพลางยิ้ม กล่าวว่า “เข้าภารกิจนักโทษประหารเพียงสองครั้ง ก็สามารถสังหารคนได้เกือบห้าสิบคน ซึ่งในนั้นยังรวมถึงหัวหน้ากองทหารม้าร้อยนายของชนเผ่าเ