ป่ยหมานด้วย ข้าไม่คิดว่านี่จะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ”
หลี่เต้ามองไปยังอีกสี่คนที่เหลือแล้วหาที่นั่ง จากนั้นก็กล่าวว่า “มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถิด”
เว่ยอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ข้าก็จะขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกัน วันนี้ที่เชิญพวกท่านมา เพราะข้าอยากขอให้พวกท่านร่วมมือกันช่วยเหลือค่ายเว่ยอู่ของพวกเราในการแก้ไขปัญหาบางอย่าง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เต้าก็ขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร จู่ ๆ ก็มีคนกระโดดออกมาแสดงความคิดเห็นจากด้านข้าง เห็นได้ชัดว่าชายวัยกลางคนร่างอ้วนกระโดดออกมาพูดอย่างไม่เกรงใจว่า “พูดเล่นอะไรกัน? ให้ข้า เสิ่นซาน ช่วยเหลือราชสำนักของพวกเจ้า? ข้าว่าเจ้าคงอยากกินขี้เสียมากกว่า ข้าขอบอกไว้ตรงนี้เลย ถึงข้าจะต้องตายอยู่ที่นี่ ข้าก็จะไม่มีวันช่วยเหลือราชสำนักของพวกเจ้าทั้งสิ้น!!”
พูดจบ ชายวัยกลางคนร่างอ้วนที่ชื่อเสิ่นซานก็หมุนตัวเดินไปยังทางเดินทันที
เว่ยอวิ๋นยังคงสีหน้าสงบนิ่ง แม้กระทั่งยังมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่ พอมองเห็นเสิ่นซานเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ เว่ยอวิ๋นพึมพำกับตัวเอง “งั้นก็ช่างเถอะ แต่เดิมข้ายังคิดจะให้พวกเจ้าช่วยทำอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นข้าจะคืนบ้านให้ แล้วปล่อยพวกเจ้าเป็นอิสระ”
ในวินาทีถัดมา สายลมแรงพลันปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
เมื่อผู้คนที่อยู่ในที่นั้นมองเห็นชัดเจน จึงพบว่าชายวัยกลางคนร่างอ้วนหรือเสิ่นซานปรากฏตัวอยู่ต