นั้นข้าก็ไม่ยินยอม เจ้าคงต้องรออยู่ที่ค่ายนักโทษประหารนี้กับข้าจนกว่าจะตายไปพร้อมกัน”
“เจ้า!” เสิ่นซานเห็นชายชราไร้ยางอายเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายจึงต้องยอมประนีประนอม “ยาของท่านจะไม่ทำให้คนตายใช่หรือไม่?”
ชายชราหัวเราะเย็นชา กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ข้าเป็นหมอมาทั้งชีวิต ไม่เคยรักษาคนตายสักคน”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายมั่นใจเช่นนั้น เสิ่นซานแสดงสีหน้าครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย ในตอนนั้นเว่ยอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยปากขึ้นว่า “เสิ่นซาน เจ้าสามารถเชื่อใจเขาได้ เขาไม่เคยรักษาคนตายจริงๆ”
“จริงหรือ?”
“จริง”
“เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้ง แต่ตกลงกันไว้ว่าจะทดลองยาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น” เมื่อเห็นคนอ้วนตกลง หลี่เต้าที่อยู่ข้าง ๆ มองไปที่เว่ยอวิ๋น รู้สึกว่าเว่ยอวิ๋นที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าตลอดเวลานั้นดูมีเจตนาไม่ดีอยู่บ้าง
ในตอนนั้นเสิ่นซานก็มาหาเขาอีกครั้ง
“เจ้าคงจะเห็นด้วยใช่หรือไม่? เจ้ายังหนุ่มแน่นปานนี้ หากต้องตายอยู่ในค่ายนักโทษประหาร คงน่าเสียดายเหลือเกิน” อาจเป็นเพราะโดนผู้อาวุโสเล่นงานมาก่อน พอมาถึงหลี่เต้า เสิ่นซานจึงแสดงท่าทีสุภาพลง
หลี่เต้าเหลือบมองเสิ่นซาน แล้วหันไปมองเว่ยอวิ๋น พลางเอ่ยว่า “ข้าตกลง แต่เจ้าต้องตอบคำถามข้าสักสองสามข้อ”
เว่ยอวิ๋นยิ้มบาง ๆ “ได้”
“คำถามแรก พวกข้าจำเป็นต้องช่วยพวกเจ้าทำกี่เรื่อง?”
เว่ยอวิ๋นขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “สิบเรื่อง!” สีหน้าของหลี่เต้าหม่นลงทันที “เห