อะ!”
หากเป็นสิบชิ้น สู้ตั้งหน้าตั้งตาสะสมความดีความชอบในสงครามไม่ดีกว่าหรือ? เพราะแม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าภารกิจที่สามารถส่งคนออกไปปฏิบัติงานเพียงห้าคนได้นั้นจะต้องยากเป็นพิเศษแน่นอน
เมื่อได้ยินดังนั้น เว่ยอวิ๋นส่ายหน้าอย่างผิดหวังแล้วกล่าวว่า “งั้นเจ้าบอกจำนวนมาเถิด” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นซานที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับตะลึง รู้สึกว่าเรื่องนี้ยังสามารถต่อรองได้ ถ้าเช่นนั้นท่าทีของเขาก่อนหน้านี้คงดูโง่เขลาเต็มที
สำหรับคำถามของเว่ยอวิ๋น หลี่เต้าชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว “สามเรื่อง!”
เสิ่นซานมองดูอย่างงุนงง ไม่เคยเห็นการต่อรองแบบนี้มาก่อน มันโหดร้ายยิ่งกว่าการฟันคอซะอีก ในขณะที่เขากำลังกลัวว่าเว่ยอวิ๋นจะโกรธและคิดจะช่วยพูดให้นั้น… “ได้ สามเรื่องก็สามเรื่อง” เว่ยอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพยักหน้าตกลง
เสิ่นซานเกือบจะล้มลงกับที่ เพียงเท่านี้ก็สามารถตกลงกันได้แล้ว ถ้าเป็นเขา เขาคงไม่กล้าต่อรองด้วยซ้ำ
เมื่อเว่ยอวิ๋นเห็นด้วย หลี่เต้าจึงถามคำถามที่สองของตน “มีภารกิจที่ต้องตายหรือไม่?” เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา เสิ่นซานและชายชราที่อยู่ไม่ไกลต่างตกตะลึง สายตาของทุกคนจ้องมองไปที่เว่ยอวิ๋นพร้อมกัน
“เหตุใดเจ้าจึงถามเช่นนี้?” เว่ยอวิ๋นขมวดคิ้วแล้วถามด้วยความสงสัย
หลี่เต้าพูดประโยคอันโด่งดังจากชาติก่อนอย่างใจเย็น “กระต่ายเจ้าเล่ห์ตายแล้ว สุนัขล่าเนื้อก็ถูกต้ม นกบินหมดแล้ว ธนูดีก็ถูกซ่อนเก็บ นี่มิใช่หลักความจริงที