้นกองทัพทหารม้าเป่ยหมานที่เดิมทีมีความได้เปรียบด้วยกำลังทหารม้า ก็ถูกทำลายกระจัดกระจาย และถูกทหารต้าเฉียนล้อมสังหารอย่างโหดร้าย
ในขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวทางด้านนี้ก็ดึงดูดความสนใจของหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานและหัวหน้าหลิวอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าหลิวสังเกตเห็นภาพนี้จากหางตาและรู้สึกตื่นเต้นมาก
ในทางกลับกันสีหน้าของหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานกลับดำมืดลง เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสถานการณ์ในสนามรบถึงพัฒนามาถึงขั้นนี้ ทั้งที่ตนเองก็ทำดีที่สุดแล้ว
หัวหน้าหลิวป้องกันการโจมตีหนึ่งครั้งแล้วหัวเราะดังลั่น “ไอ้พวกคนป่าเถื่อน สถานการณ์ได้ถูกตัดสินแล้ว เจ้ายังไม่รีบยอมแพ้อีกหรือ?”
“ยอมแพ้หรือ?” หัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานกัดฟันกรอดแล้วตะโกนเสียงดัง “พวกเราทหารม้าเป่ยหมานจะไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าจะตาย!”
“ฆ่า!” เสียงตะโกนดังก้อง จู่ ๆ พลังของหัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้หัวหน้าหลิวตกใจ อดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมาว่า “เจ้าช่างไม่มีศักดิ์ศรีของนักรบเอาเสียเลย กล้าดีอย่างไรมาเล่นลูกไม้บรรลุขั้นใหม่กับข้าตอนนี้”
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานก็ได้สติกลับมา เมื่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย เขาก็หัวเราะลั่นพลางกล่าวว่า “ฮ่า ๆ ๆ เทพหมีคุ้มครอง! ทำให้ข้าบรรลุถึงขั้นโฮ่วเทียนระดับห้าแล้ว”
เขาเหลือบมองไปทางหัวหน้าหลิว แสดงรอยยิ้มเย็นชา “คราวนี้ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะหยุดข้าได้