ในชาติก่อน แต่เมื่อเทียบกับอาหารในค่ายนักโทษประหาร เนื้อย่างเหล่านี้นับว่าเป็นอาหารเลิศรสของโลกมนุษย์แล้ว
“เก้าห้าสองเจ็ด!” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู หลี่เต้าหันกลับไปมอง พบว่าหัวหน้าหลิวได้มาอยู่ข้างกายเขา และจูงม้าสีน้ำตาลแดงอยู่ตัวหนึ่ง “เจ้าขี่ม้าเป็นหรือไม่?” หัวหน้าหลิวตบม้าเบา ๆ พลางถาม
“ได้” จะเป็นไปได้อย่างไรที่หลี่เต้าจะไม่รู้วิธีขี่ม้า? แต่เดิมนั้นตำแหน่งที่เขาสืบทอดมาเป็นขุนนางยศทหารขั้นสาม เมื่อรับสืบทอดตำแหน่งจะมีผู้เชี่ยวชาญมาทดสอบทักษะการขี่ม้าและยิงธนู แม้ว่าเขาอาจจะติดสินบนหรือใช้เส้นสายเพื่อผ่านการทดสอบในที่สุด แต่การขี่ม้าขั้นพื้นฐานนั้นเขาก็ยังทำได้ เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้าหลิวจึงพยักหน้า “เช่นนั้นเจ้าก็ขี่ม้าตามพวกเรากลับไปเถิด ข้าขอเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความสามารถของเจ้า การเดินออกจากค่ายนักโทษประหารอย่างเปิดเผยก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ อย่าได้ตัดสินใจผิดพลาดเป็นอันขาด”
“เข้าใจแล้ว” … เนื่องจากตอนมาเป็นการเดินเท้าในยามค่ำคืน แต่ตอนกลับเป็นการขี่ม้า ดังนั้นไม่นานหลี่เต้าก็ติดตามกองทัพของหัวหน้าหลิวกลับไปยังเมืองจ่างกู่ นั่นคือสถานที่ที่กองทัพนี้ตั้งค่ายพักอยู่ในเขตชายแดน
“เอาไปด้วยเถิด” หลี่เต้าเพิ่งลงจากม้า หัวหน้าหลิวก็เดินเข้ามาข้างกายเขา ส่งโซ่ตรวนคู่หนึ่งให้ เมื่อเห็นอุปกรณ์คุ้นตานี้ หลี่เต้าก็รับมันมาแล้วสวมใส่ให้ตัวเอง แต่ก่อนสิ่งนี้เคยเป็นพันธ