ไปก็เรียกเจ้าว่าเทียนมิ่งแล้วกัน เจียงเทียนมิ่ง”
ตัวอักษรเทียนมาจากรุ่นปู่ของเด็กคนนี้ ทว่าในอนาคตเขาจะอยู่เคียงข้างเจียงฉางเชิง มิได้เติบโตกับสกุลเจียง จะต้องสนใจพิธีรีตองเหล่านั้นไปใย
ยิ่งไปกว่านั้นเขาคือบรรพบุรุษ เขาอยากจะตั้งชื่อเช่นไรก็ตั้งได้หมด
“เทียนมิ่ง…”
จือวูจวินพึมพำชื่อนั้น สายตาเป็นประกาย แล้วนางก็พลันตระหนักขึ้นในบัดดล!
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!
มรรคาจารย์หาใช่จักรพรรดิยุทธ์ไม่ หากแต่เป็นเทพเซียนผู้มองต่ำลงมายังหมื่นเผ่าพันธุ์ ทว่าลูกหลานของเขาสามารถเป็นจักรพรรดิยุทธ์ได้!
จักรพรรดิยุทธ์ถือกำเนิดสามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งโลกหม่นหมองลงได้ ไม่ใช่เจียงเทียนมิ่งหรอกหรือ!
เกิดมาก็อยู่ในขั้นถ้ำสวรรค์ ต่อไปจะแข็งแกร่งถึงเพียงไหนกัน
อาจมีจักรพรรดิยุทธ์โบราณบางคนที่เกิดมาก็อยู่ในระดับขั้นเดียวกับเจียงเทียนมิ่ง
แต่ในบันทึกของอาณาจักรสองหมื่นปีมานี้ ยังไม่เคยมีใครพรสวรรค์ร้ายกาจถึงเพียงนี้มาก่อน!
“เทียนมิ่งหรือ ชื่อดีนัก!”
“ฮ่าๆๆ แค่ลำดับญาติจะยุ่งเหยิงหน่อยเท่านั้นเอง”
“อีกหน่อยพอผ่านไปสักร้อยปี ลำดับญาติก็ไม่สำคัญหรอก ตอนนั้นคนที่มีศักดิ์สูงกว่าเขาคงเหลือแค่เจียงเจี่ยนคนเดียว”
“ชื่อดีนัก โอรสสวรรค์ไท่เหอมีบุตรชายดีขนาดนี้ น่าเสียดายที่เจ้าจงไม่ได้เห็น”
“ถ้าเจียงซิ่งรู้เข้าจะไม่ยิ่งโกรธเคืองหรือ”
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ขณะที่เจียงฉางเชิงส่งเจียงเทียนมิ่งให้ไปฉี
ไปฉีรีบใช้