รงมากเกินไป จนร่างกายของเขาเริ่มสั่น แต่เขาก็ไม่ยอมให้โอกาสชายคนนั้นแม้แต่น้อย
เพราะเขารู้ดีว่า หากชายร่างกายยำรอดชีวิตในครั้งนี้ คนที่จะต้องตายก็คือตัวเขาเอง เขาไม่อยากตาย ดังนั้นจึงต้องเป็นชายคนนี้ที่ตายแทน
เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่อาจรู้ การดิ้นรนของชายคนนั้นอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ สีหน้าของเขาเริ่มแดงขึ้น จนในที่สุดก็กลายเป็นสีม่วง
ชายคนนั้นทนไม่ไหวและสิ้นใจลงอย่างยากจะยอมรับ
เขาไม่เคยคิดเลยว่าตนจะต้องมาตายในมือของชายหนุ่มร่างผอมบางเช่นนี้
ทางด้านหนึ่ง หลี่เต้าไม่ได้ปล่อยมือออกแม้ว่าชายร่างกายยำจะหยุดดิ้นรนแล้ว แต่กลับรัดคอแน่นขึ้นอีกครึ่งนาที จนกระทั่งเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองและตายสนิทแล้ว จึงหยุดมือ
“ฮู่…” หลี่เต้าถอนหายใจยาว เขานอนมองเพดานมืดมิดพลางพึมพำว่า “ไม่คิดว่าการฆ่าคนจะเหนื่อยถึงเพียงนี้”
ส่วนความรู้สึกคลื่นไส้หลังการฆ่าคนที่ผู้คนมักพูดถึงกัน ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย
เพราะในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่ง เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคุกมาก่อน ทั้งยังเคยเห็นในข่าวจากชาติก่อน เขาเคยได้ยินถึงความโหดร้ายของนักโทษประหาร อีกทั้งเขายังมักคาดเดาผู้อื่นในแง่ร้ายที่สุดเสมอ
ดังนั้น ก่อนที่จะเข้าไปในค่ายนักโทษประหาร เขาได้เตรียมใจไว้ทุกอย่างแล้ว รวมถึงการถูกบังคับให้ฆ่าคนด้วย และประสบการณ์หนึ่งเดือนในค่ายนักโทษประหารก็บอกเขาว่าการเตรียมตัวของเขานั้นถูกต้อง
เพราะเขาไม่ใช่คนแรกที่