บางสิ่งไปแล้ว ก็จะพลาดตลอดไป ไม่มีทางหวนกลับมาได้อีก
ยิ่งไปกว่านั้นคนทั้งสองต้องพบเจอกับวิกฤตจากความเป็นอมตะที่แตกต่างกัน เจียงฉางเซิงมีชีวิตยืนยาวไม่จำกัด จะกลัวก็แต่ศัตรูที่แข็งแกร่ง กลัวก็แต่อุปสรรคยากเข็ญ เพราะเขายืนอยู่ที่ปลายสุดของสิ่งที่ทุกคนแสวงหาแล้ว
เจียงฉางเซิงถามว่า “เจ้าอยากจะอยู่กับพระสนมอวี้ชั่วนิจนิรันดร์เช่นนั้นหรือ”
เจียงเชอตะลึงงัน รีบตอบไปว่า “ใช่แล้วขอรับ ท่านมีวิธีใดหรือ ท่านสามารถทำให้พวกเรามีชีวิตชั่วนิรันดร์ได้หรือ”
ทุกคนต่างหันไปมองเจียงฉางเซิง
เจียงฉางเซิงกลอกตาแล้วตอบว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าก็แค่ถามดู เมื่อพวกเจ้าถึงเวลาที่ต้องตายก็ต้องตายอยู่ดี เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏจักรแห่งสวรรค์ ซึ่งข้ายังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้”
เจียงเชอผิดหวัง ทุกคนก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน
คุยกันอีกพักใหญ่ เจียงเชอจึงได้จากไป
เห็นชัดว่าที่เขามาครั้งนี้เพื่อจะมาบอกลา
ไป๋ฉี อูจวิน หวงเทียน และเฮยเทียน ต่างรู้สึกปวดใจขณะมองแผ่นหลังแก่ชราของเขาตอนที่จากไป
ไท่วาคล้ายกำลังขบคิดบางสิ่ง ส่วนจินอูก็เอียงหัวดูเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด
ปีเหยียนหยวนที่สิบ พระสนมอวี้ตั้งครรภ์มาแปดปีแล้ว เรื่องนี้เป็นข่าวที่รู้กันทั่วใต้หล้าแล้ว ผู้คนนับไม่ถ้วนพากันใคร่รู้และกังวลว่าเมื่อใดเด็กคนนี้จะถือกำเนิดออกมา ผู้คนในหล้าต่างเรียกเขาว่า “ครรภ์มาร”
ภายในห้องทรงพระอักษรเมืองหลวงซุ่นเทียน เจียงหลิวถือบั