่วพยักหน้าแล้วถามว่า “เรื่องพระสนมอวี้เป็นเรื่องจริงหรือลวงเจ้าคะ”
เจียงฉางเซิงยังไม่ทันเอ่ยตอบ ไป๋ฉีก็ขยับเข้ามาก่อน
“เรื่องจริงน่ะสิ ข้าไปดูมาแล้ว ท้องของนางใหญ่โตยิ่งนัก ด้านในจะต้องเป็นสัตว์ประหลาด ไม่สิ ต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ไร้คนเทียบเทียมเป็นแน่ ลืมบอกเจ้าไป นายท่านตัดสินใจจะรับเด็กคนนั้นมาแล้ว หลังจากนี้จะพาเขามาที่อารามมังกรผงาด”
มู่หลิงลั่วแปลกใจยิ่งกว่าเดิม คนที่เจียงฉางเซิงสนใจล้วนไม่มีคนใดไม่ใช่ อัจฉริยะ ยิ่งไปกว่านั้นคุณสมบัติของคนที่รับเขามามีแต่จะแข็งแกร่งมากขึ้น นั่นย่อมหมายความว่าเด็กในครรภ์คนนั้นพรสวรรค์ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าหลินเฮ่าเทียนหรือจีอู่จวิน!
นางกะพริบตาแล้วเอ่ยว่า “ระยะนี้มีหลายตระกูลเตรียมตัวจะจัดการพระสนมอวี้ ในเมื่อท่านตั้งใจจะรับเขาไว้ เช่นนั้นข้าจะให้ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลมูไปคอยปกป้องเจ้าค่ะ”
เจียงฉางเซิงพยักหน้า เรื่องเพียงเท่านี้จะให้เขาลงมือเองก็กระไรอยู่ ถือเสียว่าเปิดโอกาสให้ตระกูลมู่กระชับสัมพันธ์กับพระสนมอวี้และเผ่าภูตพอดี
หลังจากนั้น มู่หลิงลั่วก็เล่าเรื่องราวที่ประสบในหลายปีนี้ให้ฟัง นางนำตระกูลมู่ไปก่อตั้งสำนักในไท่ฮวง ในสำนักมีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ จึงเคลื่อนย้ายผ่านระยะทางไกลตรงไปถึงไท่ฮวงได้อย่างสะดวกยิ่งนัก
ระหว่างหลายปีนี้ ตระกูลมู่อัจฉริยะเกิดมาไม่น้อย มู่เสวียนกังคิดจะยกตำแหน่งประมุขตระกูลให้นางด้วยแต่ถูกนางปฏิเสธ นางไม่อยากเฝ้าปกปักษ์ตระกู