“โอรสของข้าผู้นี้กลายเป็นหนามยอกอกของต้าจิ่งไปแล้ว พูดตามความจริงข้าก็หวาดกลัวเขาเช่นกัน แต่เมื่อเห็นพระสนมอวี้ นาง… เฮ้อ หากว่าพระสนมอวี้ตาย ข้าก็ไม่อยากจะอยู่เพียงลำพังเช่นกัน จึงทำได้เพียงฝากลูกคนนี้ไว้กับท่าน ท่านจะต้องสอนสั่งเขาให้ดี อย่าให้เขาใช้อำนาจข่มเหงผู้อ่อนแอ และอย่าได้เป็นปรปักษ์กับต้าจิ่ง”
เจียงเชอถอนหายใจ จากนั้นเอ่ยอย่างขมขื่น
ทุกคนต่างมองเขาด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม เขาเป็นผู้แสวงหาความเป็นอมตะ แต่กลับตายได้เพื่อพระสนมอวี้ ความรักเช่นนี้ชวนให้ประทับใจนัก
เจียงฉางเซิงเอ่ยทั้งขมวดคิ้วว่า “ไม่อยากเป็นอมตะแล้วหรือ”
เจียงเชอกล่าวว่า “ไม่อยากแล้ว หากมิใช่เพราะแสวงหาความเป็นอมตะ พระสนมอวี้จะต้องพบเจอกับการตัดสินใจเช่นนี้หรือ บุตรคนนี้ของข้า แสวงหาความเป็นอมตะแทนข้าเถิด”
เขาฉีกยิ้มอย่างปล่อยวาง จากนั้นก็ดื่มน้ำชาในถ้วยจนหมดในอึกเดียว
เจียงฉางเซิงนิ่งเงียบ ความจริงแล้วตอนที่เจียงเชอเลือกจะมุ่งแสวงหาความเป็นอมตะ แม้จะรู้สึกว่ายากเย็นแสนเข็ญ แต่เจียงฉางเซิงก็รู้สึกดีใจ เพราะอย่างน้อยก็มีคนที่มีปณิธานเดียวกัน
แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเจียงเชอจะล้มเลิกความตั้งใจนี้เพราะลูก หากเป็นเขา เขาไม่มีทางล้มเลิกเด็ดขาด เพราะเหตุนี้เองจิตใจของเขาจึงเริ่มสับสน แต่ไม่นานก็สามารถปล่อยวางลงได้
เพราะเขามองเห็นสังสารวัฏ สามารถหาคนที่เคยรู้จักกันพบ แต่เจียงเชอทำไม่ได้ ต่อให้มีชีวิตเป็นอมตะ แต่เมื่อพลาด