เมื่อมองตามสายตาของพระสนมอวี้นี้ไป ก็เห็นเจียงเช่อยืนอยู่หน้าเตาหลอมโอสถที่แตกกระจาย
เขาเปลือยท่อนบน ทั้งร่างสั่นเทา บนกายามีอักขระโลหิตหน้าตาประหลาดผลุบโผล่ ทุกครั้งที่พวกมันโผล่ออกมาก็จะเปลี่ยนไปเป็นลักษณะใหม่เสมอ
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้…”
เจียงเช่อสีหน้าเคร่งเครียด ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ในตอนนี้เอง จู่ๆ เจียงฉางเซิงก็โผล่มาตรงหน้าเขา
เจียงเช่อเห็นเจียงฉางเซิงก็เหวี่ยงหมัดออกไปต่อยเขาตามสัญชาตญาณ
เปรี้ยง!
ทว่าเจียงฉางเซิงคว้าหมัดของเจียงเช่อเอาไว้ได้ เขาออกแรงเพียงเล็กน้อย เจียงเช่อก็เจ็บปวดจนต้องสูดลมหายใจดังเฮือก แล้วทรุดลงคุกเข่าเบื้องหน้าเขา
“เจ้าเป็นใคร…”
พระสนมอวี้มองแผ่นหลังของเจียงฉางเซิงแล้วร้องตะโกนด้วยความตกใจ แต่เจียงฉางเซิงไม่สนใจนาง เขาเริ่มสำรวจร่างกายของเจียงเช่อ
พระสนมอวี้สังเกตเห็นดวงตะวันน้อยด้านหลังศีรษะของเจียงฉางเซิง ทันใดนั้นนางก็นึกคำตอบออก นางจึงสงบลง ไม่กล้ารบกวนเจียงฉางเซิง
เจียงฉางเซิงใช้พลังอาคมของตนเองปรับเลือดลมในร่างเจียงเช่อพลางถามว่า “เจ้าฝึกอะไรอยู่กันแน่”
เจียงเช่อรู้สึกได้ว่าตนเองกลับมาควบคุมร่างกายได้แล้ว จึงยิ้มเจื่อนตอบว่า
“วิชาเทพลักสวรรค์ขอรับ ได้ยินมาว่าเป็นหนึ่งในสิบยอดวิชาเทพของเผ่าราชา ก่อนหน้านี้จู่ๆ เลือดลมก็ไหลย้อนกลับ ควบคุมลมปราณไม่ได้ ในสมองข้ามีภาพที่ไม่ปะติดปะต่อกันมากมาย เหมือนจะเป็นความทรงจำตอนยังมีชีวิตของอสูรเหล่านี้