”
เจียงฉางเซิงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ในร่างของเจียงเช่อมีพลังแห่งเคราะห์กรรมอยู่สายหนึ่ง
พลังแห่งเคราะห์กรรมสายนี้เกี่ยวเนื่องกับโลหิตมากมายที่อยู่ในร่างของเขา
“วิชาเทพลักสวรรค์… น่าสนใจทีเดียว”
เจียงฉางเซิงฟังเจียงเช่อเล่าเกี่ยวกับวิชาเทพลักสวรรค์แล้วคิดในใจเงียบๆ
วิชาเทพลักสวรรค์ทำให้ขโมยพลังจากสายเลือดของเผ่าพันธุ์อื่นมาได้ มันระดับสูงยิ่งกว่าธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์
วิชาธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์ทำได้เพียงขโมยความสามารถแต่กำเนิดของสัตว์อสูรมา ทว่าวิชาเทพลักสวรรค์พัฒนาสายเลือดในร่างกายตนเองได้โดยตรง เมื่อฝึกฝนสำเร็จก็เท่ากับช่วงชิงสายเลือดของสิ่งมีชีวิตอื่นมาครองได้ในเวลาสั้นๆ เร็วยิ่งกว่าวิชาธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์
เจียงเช่ออาศัยวิชานี้ขโมยสายเลือดของสัตว์อสูรที่อายุยืนมาเพิ่มอายุขัย แต่จนใจที่เขาขโมยสายเลือดมามากเกินไปแล้ว ในนั้นมีอสูรโชคชะตาอยู่ไม่น้อย เขาจึงเข้าไปเกี่ยวพันกับเคราะห์กรรมมากเกินไป จนทำให้พลังแห่งเคราะห์กรรมปั่นป่วนอยู่ภายในร่าง
นี่ก็คือข้อด้อยของวิชาเทพลักสวรรค์ บางทีสมัยที่วิชานี้อยู่ในมือเผ่าราชาไท่ฮวง พวกเขาอาจขโมยแต่สายเลือดที่แข็งแกร่งเท่านั้น ไม่เหมือนเจียงเช่อที่ขโมยมั่วซั่ว
หลายปีที่ผ่านมา เจียงเช่อดูดซับสายเลือดไปเกือบจะร้อยเผ่าพันธุ์ น่าเหลือเชื่อจริงๆ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือกลิ่นอายของเขายังคงเหมือนเผามนุษย์ มีเพียงคุณสมบัติของกายเนื้อที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม
ว