“เรื่องนี้ควรค่าให้พวกเราไตรตรองให้มาก สงครามครั้งนี้จะต้องเอาชนะศัตรูและหลอกเอาข้อมูลมาให้ได้”
เฉินหลี่เอ่ยทั้งพยักหน้าแล้วหันหลังจากไป
เจียงซิ่งรีบบอกว่า “ขุนนางเฉิน ศึกครานี้จะเป็นเจ้าบัญชาการ”
เฉินหลี่เอ่ยทั้งไม่หันหน้ากลับมาว่า “ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย แม่ทัพสวีเดินทางไปแล้วพะยะค่ะ”
เจียงซิ่งโล่งอก ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงปัญหาข้อหนึ่งขึ้นมา
นับตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ แม้จะช่วยให้การเงินการคลังของต้าจิ่งรุ่งเรืองขึ้นมาก ทั้งส่งเสริมกระแสของความสุขสำราญทำให้ราษฎรมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ
แต่ท่ามกลางขุนนางบู๊บุ๋นทั้งปวง กลับไม่มีคนที่เขาบ่มเพาะมาด้วยตนเองเลย ขุนนางที่เขาใช้สอยอยู่นั้นยังคงเป็นขุนนางเก่า
หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือ นับแต่วิถียุทธ์ของต้าจิ่งพุ่งทะยานขึ้นมา อายุของเหล่าขุนนางบู๊บุ๋นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน
หลายสิบปีผ่านไปก็ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงมากมายอันใด แม่ทัพก็ยังคงนำโดยสวีเทียนจีเช่นเดิม ขุนนางบุ๋นก็ยังคงนำโดยเฉินหลี่เช่นเดิม
ผลงานของพวกเขามีมากมายเหลือเกิน และยังคงทำงานมาแล้วในรัชสมัยของฮ่องเต้หลายองค์ แม้แต่คนที่มีพลังยุทธ์เหนือกว่าก็ยังไม่อาจสั่นคลอนรากฐานของพวกเขาได้
โดยเฉพาะสวีเทียนจีที่มีความชอบในการสนับสนุนฮ่องเต้จิ่งไท่จง ต่อมาภายหลังในสมัยของฮ่องเต้จิ่งเทียนจงและฮ่องเต้ไท่เหอก็มีความชอบในการศึก แม้บางคราวจะออกจากราชการไปแต่ก็ถูกฮ่องเต้เชิญตัวกลับมาอีกอย่างรวดเ