จางอิงยืนอยู่หน้าประตูตำหนักยมโลก สายตามองไปยังรูปสลักหินขนาดยักษ์สองตนที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า
พลันรู้สึกใจหวิวอย่างประหลาด สาเหตุเพราะรูปสลักทั้งสองใบหน้าเหี้ยมเกรียม อยู่ในท่าพร้อมรบราวกับพระอรหันต์ผู้ปราบปีศาจและมารร้าย
และสายตาก็กำลังจ้องมองเขาอยู่พอดี ราวกับมีชีวิตอยู่จริง!
จางอิงชะโงกมองเข้าไปในประตู ภายในมืดสนิท วิญญาณด้านหน้าที่เข้าไปก่อนหน้าก็พลันหายลับไปกับความมืดมิด
เขารวบรวมความกล้าก้าวเท้าเดินเข้าไป
“หวังว่าชาติหน้าข้าจะได้เกิดในที่ดีๆ สักหน่อย”
จางอิงคิดในใจเงียบๆ แล้วก้าวเข้าสู่ความมืดตามไป
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหู ทำให้เขาประสบกับความตกตะลึงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ราวกับวิญญาณจะหลุดจากร่างได้ทุกเมื่อ
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองมายืนอยู่บนทางเดินสายเล็กๆ สายหนึ่งที่มืดมิด
วิญญาณด้านหน้าเรียงแถวกันเป็นทางยาว ด้านหลังเขาก็ปรากฏวิญญาณเพิ่มขึ้นมาอีกผู้หนึ่ง
สองข้างทางนั้นหมอกหนาแน่น มองไม่เห็นสิ่งใดแม้แต่น้อย
สายตาของจางอิงจับจ้องไปที่ด้านหน้า ปลายทางของทางเดินมืดมิดเล็กๆ นั้นคือตำหนักหลังหนึ่ง
แขวนโคมไฟสองดวงที่เปล่งแสงสีเขียวเรืองรอง ระหว่างโคมมีแผ่นป้ายแขวน
ตำหนักพญายม!
อักษรบนนั้นราวพู่กันแห่งภูตผี แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมและจิตสังหาร
จางอิงอดหวนคิดถึงชีวิตที่ผ่านมาไม่ได้ อยู่ๆ ก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าตนเองนั้นเป็นคนดีหรือคนชั่ว
“แย่แล้ว ข้าคงไม่ถูกส่งลง