เมื่อเห็นว่าจางอิงกลับมาเกิดอีกครั้งแล้ว เจียงฉางเซิงก็อดสงสารไม่ได้ จึงประทานพรให้เขาห้าหมื่นแต้มเซ่นไหว้เพื่อแลกกับโชคดีในชาติภพนี้
ทว่าชาตินี้จางอิงไม่ได้มาเกิดในต้าจิ่งแต่เป็นไท่ฮวง ไม่รู้ว่าผู้ให้กำเนิดเขาจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ออกไปเสี่ยงภัยข้างนอก หรือว่าเกิดในสำนักใดของไท่ฮวง
ทุกปีจะมีผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความสามารถออกไปสร้างสำนักตั้งนิกายในไท่ฮวง แม้จะไปจากต้าจิ่งแล้วแต่ก็ยังคงนับว่าอยู่ใต้ต้าจิ่งอยู่ เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะมีชีวิตรอดเพียงลำพังคนเดียว จึงจำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนทรัพยากรกัน
เจียงฉางเซิงไม่ได้ส่องสายตาไปมองเขา เขามีมิตรที่ดีเช่นจางอิงอยู่ไม่น้อยจึงไม่อาจคอยเฝ้าดูทุกคน การประทานพรให้ก็นับว่ามีน้ำใจมากพอแล้ว วันคืนดำเนินต่อไป
ข่าวที่โอรสสวรรค์จะจัดงานชุมนุมใหญ่ในเมืองหลวงแพร่ไปทั่วใต้หล้า เขายังให้องครักษ์ชุดขาวส่งเทียบเชิญไปยังดินแดนต่างๆ ของต้าจิ่ง รวมทั้งแคว้นประเทศราชและสำนักต่างๆ ด้วย เขาจะจัดงานชุมนุมครั้งนี้ให้ยิ่งใหญ่เอิกเกริกชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน ภายหน้าก็ไม่อาจเทียบได้!
หลายเดือนจากนั้น มีรถม้าจำนวนมากเข้าออกทำให้เมืองหลวงคึกคักเป็นที่สุด ภายในตำหนักบรรพบุรุษ เจียงเชอกำลังนั่งอยู่ในศาลาเล็ก สายตาจับจ้องไปยังนักพรตกลุ่มหนึ่งที่กำลังหลอมโอสถอยู่ไม่ไกลออกไป
เฉินหลี่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเจียงเชอและบอกเล่าสิ่งที่โอรสสวรรค์ทำ เขาอดเอ่ยทั้งยิ้มเจื่อนไม่ได้ว่า“กร