บทที่ 28 หนึ่งรุมสอง
หลังจากผมบดขยี้ก๊อบลินวอริเออร์จนจมกองเลือดและเดินกลับมายังจุดเดิม โชอี้ก็ทรุดฮวบลงกับพื้นพอดี สภาพของเธอประดูไม่ได้เลย เลือดกำเดาไหลอาบจนเปื้อนไปถึงคอเสื้อ
“ฉัน… ฉันไม่ไหวแล้ว…”
เสียงของเธอสั่นพร่าและขาดห้วง ทันทีที่สมาธิของเธอหลุดลอย ฝูงก๊อบลินที่เคยถูกบงการให้เมินเฉยต่อพวกเราก็เริ่มชะงัก พวกมันหันมองไปรอบๆ อย่างสับสน คล้ายกำลังพยายามประมวลผลว่าเพื่อนพ้องของพวกมันหายไปไหนหมด
ผมจ้องมองโชอี้ด้วยสายตาเย็นชา ดูเหมือนนี่จะเป็นขีดจำกัดที่เธอจะเค้นออกมาให้ผมได้แล้ว
ผมเบือนหน้าไปมองที่ตู้ขบวนรถไฟก่อนตะโกนออกไป
“เฮ้!”
เสียงของผมดังกังวานสะท้อนไปทั่วพื้นที่โล่ง มันดังผิดปกติ และบิดเบี้ยวเล็กน้อยจนชวนให้ขนลุก ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่ผมจงใจอัดมานาเข้าไปที่ลำคอและเส้นเสียงเพื่อขยายอำนาจการขู่ขวัญ
“พวกนายทุกคนมีเวลา 10 วินาที ถ้ายังมุดหัวอยู่ข้างในและไม่ยอมออกมาสู้หลังจากหมดเวลา… พวกเราจะทิ้งพวกนายไว้ที่นี่!”
น้ำเสียงของผมเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง และผมหมายความตามที่พูดทุกคำ ไม่มีการล้อเล่น ไม่มีการผ่อนปรน
“คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ…”