ผมทำเพียงแค่นั่งนิ่ง ความคิดที่ว่ามันก็เห็นๆ กันอยู่ วนเวียนอยู่ในหัว แต่ผมเลือกที่จะไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
ความเงียบปกคลุมเราอยู่เกือบนาที มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ที่คอยทำลายความสงัด ก่อนที่เธอจะเริ่มพึมพำออกมาอีกครั้ง
“นายรู้ไหม… ก่อนที่เราจะมาลงเอยที่นี่ ฉันทะเลาะกับแม่มาหนักมากเลยล่ะ”
เธอเว้นจังหวะครู่หนึ่ง พลางแค่นหัวเราะเยาะตัวเองในลำคอ
“ฉันด่าแม่ว่า… ถ้าแม่หายไปจากชีวิตฉันได้ก็คงดี แต่ดูตอนนี้สิ กลายเป็นฉันเองที่หายหัวมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”
เธอยังคงพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาเรื่อยๆ เล่าถึงถ้อยคำใจดำที่เธอสาดใส่คนเป็นแม่ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นแบบนี้ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยในบางช่วง ผมทำได้เพียงแค่นั่งรับฟังทุกถ้อยคำอย่างตั้งใจ
ผมรู้ดีว่านี่คือสิ่งเดียวที่ผมพอจะทำให้เธอได้ในตอนนี้ เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่คอยรองรับความผิดบาปในใจของเธอ เพื่อชดเชยบางอย่างที่ผมเคยติดค้างเธอไว้ในอดีต
“นายว่าฉันเป็นคนเฮงซวยไหม?”
เทสหันมาสบตาผม ผมแค่ยักไหล่ส่งๆ เพราะไม่ว่าผมจะคิดยังไง มันก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่เธอคิดกับตัวเองอยู่แล้ว
เธอหัวเราะเบาๆ กับท่าทางที่คาดเดาได้ของผม