ทว่านั่นเป็นเพียงความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัว ตอนนี้ผมเหนื่อยล้าเกินกว่าจะขยับปากอธิบายอะไรออกไป
ทันทีที่เข้าใกล้ตู้รถไฟ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เริ่มรับรู้ถึงความปลอดภัย และทยอยเดินลงมา เจ้าหน้าที่รถไฟพุ่งตรงเข้ามาหาผมเป็นคนแรกด้วยท่าทางกระวนกระวาย
“เดี๋ยวผมช่วยห้ามเลือดให้!”
เขาเสนอตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มใช้เศษผ้ากดลงบนปากแผลที่กลางอก และใช้ผ้าอีกผืนพันทับไว้เพื่อหยุดการสูญเสียเลือด
ไม่นานนัก ผู้โดยสารที่เหลือก็กรูเข้ามาล้อมรอบตัวผมไว้ราวกับเป็นคนดัง พร้อมกับสาดคำถามใส่ไม่ยั้งจนหูชา
“นี่นายไม่กลัวตายเลยเหรอ?”
“นายรวบรวมความกล้ามาจากไหนถึงทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนั้นได้?”
ผมทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับไปส่งๆ เพียงไม่ถึงห้านาทีที่ถูกรุมซักไซ้ ผมกลับรู้สึกว่าพลังงานชีวิตถูกสูบหายไปยิ่งกว่าตอนที่กำลังฟาดฟันกับเจ้าหมาป่าเสียอีก
เมื่อคนเข้าสังคมไม่เก่งอย่างผมเริ่มเข้าสู่สภาวะอับจนหนทาง ผมจึงต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้