ม่านราตรีโรยตัวปกคลุม ลั่วหยางเดินตามเยี่ยอี้หมิงผ่านประตูใหญ่ของ ‘เซียงหลานเซ่อ’ เข้าไปด้านใน
ภัตตาคารหรูระดับท็อปของเมืองปาเฉิงแห่งนี้ ต่อให้เป็นลูกค้าระดับวีไอพียังต้องจองล่วงหน้าข้ามวันข้ามคืน ซ้ำราคายังแพงระยับ คนที่เหยียบย่างเข้ามากินข้าวที่นี่ได้ หากไม่ใช่เศรษฐีก็ต้องเป็นชนชั้นนำหัวกะทิของเมืองเท่านั้น
ตัวร้านตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมโบราณสไตล์ฮุยโจว ลานกว้างเจาะช่องเปิดรับแสงตรงกลาง ขนาบด้วยปีกตึกซ้ายขวา ภายในปลูกกล้วยไม้ประดับไว้ละลานตา กลิ่นหอมจางลอยอวลในอากาศ มอบกลิ่นอายคลาสสิกหรูหรา สมกับชื่อ ‘เซียงหลานเซ่อ’ หรือเรือนกล้วยไม้หอมระรวยไม่มีผิดเพี้ยน
ภายในห้องรับรอง ‘โยวหลานทิง’ มีคนนั่งรออยู่ก่อนแล้วสามคน
คนแรกเป็นชายชราไว้เครายาวในชุดถังจวง อายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับเยี่ยอี้หมิง บนคอห้อยประคำอำพันสีทองอมขาว ล้อแสงไฟส่องประกายแวววาว ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าราคาแพงหูฉี่
ถัดมาเป็นชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบต้น หวีผมเรียบแปล้ปาดหลัง สวมแว่นกรอบดำ อยู่ในชุดสูทสากลผูกไทเต็มยศ วางมาดนักธุรกิจทรงภูมิฐาน
ส่วนคนสุดท้ายเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบต้น ตัดผมทรงสกินเฮด รูปร่างกำยำอัดแน