รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกที ท้องฟ้าด้านนอกก็สว่างโร่แล้ว
สิ่งแรกที่ลั่วหยางทำหลังลุกจากเตียงคือคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กดูทันที
ดวงตาอวี่เหรินด้านหลังตัวเครื่องยังคงปิดสนิท
เขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนมัวแต่วุ่นจนลืมชาร์จแบตเตอรี่ จึงกดปลุกหน้าจอเพื่อเช็กสถานะ
หน้าจอสว่างวาบ ภาพพื้นหลังแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวอื๋อแผ่กลิ่นอายวังเวงชวนขนลุก แต่พอคิดว่าต้นเพลิงอย่างดวงตาอวี่เหรินก็คือวิญญาณร้ายตั้งแต่แรก อาการแปลกใจก็มลายหายไป
ไอคอนแบตเตอรี่มุมจอเปลี่ยนเป็นสีเขียวทะมึน ซ้ำขีดพลังงานยังลดฮวบจนแตะเส้นแดงกะพริบเตือน
ลั่วหยางดึงสายชาร์จมาเสียบเข้าก้นเครื่อง ทว่าหน้าจอกลับนิ่งสนิท ไร้การแจ้งเตือนใดๆ
เขาลองถอดแล้วเสียบใหม่ซ้ำๆ หน้าจอก็ยังคงมืดบอด ระดับแบตเตอรี่ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“หรือว่ามันไม่ต้องใช้ไฟฟ้าแล้ว” ลั่วหยางฉุกคิดขึ้นมาได้ มือถือเครื่องนี้วิวัฒนาการกลายเป็นอาวุธเวทไปแล้ว ขืนมัวแต่เสียบปลั๊กชาร์จไฟก็คงโง่เต็มทน สิ่งที่มันต้องการคือการชาร์จ ‘พลังวิญญาณ’ ต่างหาก
ไวเท่าความคิด เขาจรดดัชนีแพทย์ไท่ชูลงบนดวงตาอวี่เหริน รีดเร้นพลังวิญญาณอัดฉีดเข้าไปในตัวเครื่องทันที
ได้ผล ไอคอนแบตเตอรี่บนหน้า