ตอนนี้ปากเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคาวเลือด ซ้ำตามซอกเขี้ยวก็ยังมีเศษเนื้อติดอยู่ให้เห็นตำตา
จังหวะนรกช่างพอดีเป๊ะ รถยนต์ที่เรียกผ่านแอปแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตพาท
ลั่วหยางเปิดประตู ก้าวขึ้นรถพร้อมกับอุ้มซ่งเหม่ยฉีเข้าไปด้านในอย่างไร้เยื่อใย
“คุณลุงลั่ว ทำไมหมาตัวนั้นถึงหันไปกัดคุณป้าล่ะคะ ไม่ใช่หมาของคุณป้าเขาเหรอ” อันที่จริงซ่งเหม่ยฉีแอบกางนิ้วมองลอดช่องเห็นช็อตเด็ดเมื่อครู่จนเต็มสองตา
ลั่วหยางตีหน้าขรึม ตอบกลับหน้าตาย “เพราะคุณป้าเขาเป็นคนนิสัยไม่ดีไง หมามันก็เลยหมั่นไส้กัดเอา”
“งั้นหนูจะเป็นเด็กดีที่สุดเลย” ซ่งเหม่ยฉีขนลุกซู่ รีบกอดแขนของลั่วหยางหนึบ
“เหม่ยฉีของลุงเป็นเด็กดีที่สุดในโลก แล้วก็สวยที่สุดด้วย” ลั่วหยางฉวยโอกาสเปลี่ยนประเด็นหน้าตาเฉย “ไหนๆ หนูเป็นเด็กดีขนาดนี้แล้ว งั้นพวกเราเปลี่ยนใจกลับบ้านไปคัดลายมือกันดีไหม”
“ฝันไปเถอะ” เด็กน้อยสวนขวับทันควัน
ลั่วหยาง “…”
ออกตะลอนตั้งแต่เช้าตรู่ กว่าจะกระเตงกันกลับมาถึงบ้าน ท้องฟ้าก็มืดสนิท
ซ่งเหม่ยฉีใช้พลังงานไปกับการเที่ยวสวนสัตว์จนหมดก๊อก ยังไม่ทันได้ฟังนิทานก่อนนอน พอหัวถึงหมอนปุ๊บก็สลบเหมือดปั๊บ
ลั่วหยางลากสังขารกลับเข้าห้อง หมดอารมณ์