ล้มตะแคงอยู่บนพื้น
ลั่วหยางอ่านสายตาออกทันที เขาเดินเข้าไปพยุงรถขึ้นมาจอด ชายหนุ่มลอบมองไป๋จิ้งด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง ทว่าฝูงชนรอบนอกยังสลายตัวไม่หมด ในทางทฤษฎีตอนนี้เขายังต้องสวมบทแฟนหนุ่มของเธออยู่ จึงไม่อาจหลุดปากขอบคุณออกไปได้ ขืนพูดตอนนี้มีหวังโป๊ะแตกพอดี
แต่ในจังหวะที่ลั่วหยางคิดว่าเรื่องงี่เง่านี้คงจบลงแล้ว จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งแหวกฝูงชนพรวดพราดเข้ามา หัวโจกนำทีมเป็นชายร่างบึกบึน ต้นแขนหนาเตอะราวกับท่อนซุง ในมือถือท่อเหล็กยาวราวสามฉื่อ พอมาถึงก็ยกท่อเหล็กขึ้นชี้หน้าลั่วหยาง สบถด่าเสียงเหี้ยม “ไอ้เวรเอ๊ย แกกล้าลวนลามเมียฉันเรอะ ขนาดคนท้องแกยังไม่เว้น ไอ้สวะเอ๊ย เลวระยำจริงๆ”
ไม่ต้องฉลาดล้ำลึกก็ดูออกว่าไอ้พวกนี้ดักซุ่มรอจังหวะอยู่ก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่โผล่มาได้พอดิบพอดีขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น บนตัวพวกมันยังโชยกลิ่นสีทาบ้านและกลิ่นโลหะฉุนกึก ลูกน้องหลายคนด้านหลังก็ถือท่ออะลูมิเนียมกันหรา เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นพวกคนงานกุ๊ยจากโรงงานเถื่อนที่ไหนสักแห่ง
ลั่วหยางฉุกคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมาทันที เขากวาดสายตาข้ามหัวไอ้พวกอันธพาลสวะกลุ่มนี้ มองทะลุออกไปไกล พลังวิญ