เสียงไก่ขันแว่วมาจากบ้านไร่หลังกำแพงพิพิธภัณฑ์ ฟ้าเพิ่งสาง แต่เมฆตะกั่วกลับลอยต่ำกดทับบรรยากาศ ทะเลหมอกหนาทึบคือภาพชินตาของที่ราบแอ่งกระทะแห่งนี้
ลั่วหยางก้าวออกจากหอพักเวร หยดน้ำจากการล้างหน้ายังเกาะพราวบนผิว เขาขี้เกียจแม้แต่จะเช็ดออก ชายหนุ่มเพิ่งยกแขนเตรียมบิดขี้เกียจ ร่างของหม่าจงหัวก็เดินสวนเข้ามาพอดี
“อรุณสวัสดิ์ เสี่ยวลั่ว” หม่าจงหัวทักทาย รอยยิ้มประดับเต็มหน้า
“อรุณสวัสดิ์ครับ ผอ.หม่า” ลั่วหยางตอบ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเส้นเลือดฝอยปูดโปนในตาอีกฝ่าย “ทำไมตาแดงขนาดนั้นล่ะครับ”
“เมื่อคืนฉันเอาดาบสำริดไปเก็บในคลัง แล้วก็นั่งเฝ้ายันเช้า ไม่ได้หลับเลยสักงีบ”
ลั่วหยางจุดรอยยิ้มบาง “ผอ. กังวลว่าผมจะจัดการไม่เด็ดขาดพอเหรอครับ”
“เปล่าๆ ฉันแค่กลัวมันจะเกิดเรื่องบ้าๆ ขึ้นอีก ถ้ามีรอบสอง ตำแหน่งผู้อำนวยการของฉันคงปลิวแน่… อ้อ จริงสิ เรื่องค่าเหนื่อย รอเบื้องบนเซ็นอนุมัติแล้วจะโอนเข้าบัญชีเธอรวดเดียวเลยนะ” หม่าจงหัวเปลี่ยนเรื่อง
ลั่วหยางตอบรับตามมารยาท “โธ่ เรื่องเงินไม่สำคัญหรอกครับ แค่ได้ช่วยผมก็ยินดีแล้ว”
“ไม่รับไม่ได้ ถ้าเธอเกรงใจจริงๆ ล่ะก็…”
ลั่วหยางขัดจังหวะทันที “จริงสิครับ แล้วลุงเยี่ย