แคลง
แต่หมอเทวะหนุ่มเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ตอบกลับไป ภายในใจลั่วหยางนั้นนิ่งสงบ ใสสะอาดไร้ความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น
ความจริงก็คือ ตอนที่เขาสลักตราประทับวิญญาณแล้วของเหลวสีแดงซึมเข้าสู่ฝ่ามือ ข้อมูลที่แล่นเข้ามาในหัวได้บอกเขาอย่างชัดเจน... ต่อให้เขาไม่แงะดวงตาออกมาแปะหลังโทรศัพท์ แล้วเลือกลงมือถอดวิญญาณทิ้งตรงๆ ท้ายที่สุดดวงตานั่นก็จะสูญเสียพลังและผุกร่อนสลายกลายเป็นผุยผงอยู่ดี ที่มันอยู่ยงคงกระพันมาได้นับพันปี ก็เพราะอาศัยพลังวิญญาณคอยหล่อเลี้ยงทั้งนั้น
พูดง่ายๆ คือไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหน ดวงตาก็ไม่มีวันอยู่คู่กับดาบสำริดได้อีกต่อไป ทางเดียวที่จะรักษามันไว้บนดาบได้ คือต้องปล่อยให้มันเป็นอาวุธต้องคำสาปคอยดูดกลืนวิญญาณคนต่อไปเรื่อยๆ
ดังนั้น การที่เขาควักมันออกมาเซ่นสังเวยเป็นกล้องหลังโทรศัพท์ จึงไม่ใช่การ
‘ทำลายโบราณวัตถุ’ แต่อย่างใด… มันเป็นเพียง ‘ทางเลือกที่จำใจต้องเลือก’ ของคนดีมีคุณธรรมอย่างเขาต่างหาก!
สือเฟยชะโงกหน้าเข้าไปใช้แว่นขยายส่องดาบสำริดอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะหันมายืนยัน “โบราณวัตถุสภาพสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับอาจารย์ซู ตอนแรกผมก็ไม่ทันเห็นดวงตานั่นหรอก แต่เอาจริงๆ… การที่ดาบเล่มนึง