้กำลังก้าวหน้าไปข้างหน้า ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะกำลังเดินถอยหลังลงคลองอยู่ก็ได้”
คำตอบนั้นทำเอาลั่วหยางอึ้งไปชั่วขณะ สายตาคมกริบตวัดกลับไปมองดาบสำริดที่นอนสงบนิ่งอยู่ก้นหลุม “ศาสตราจารย์ซู… แล้วเป็นไปได้ไหมที่ดาบเล่มนี้ จะเป็นอาวุธประจำตัวของจอมขมังเวทคนนั้น”
ซูชางหมิงเบรกหัวทิ่ม “เป็นไปไม่ได้ สองหลุมนี้อยู่คนละยุคสมัย ไทม์ไลน์ห่างกันเป็นร้อยหรืออาจจะถึงพันปี ถ้าดาบนี้เป็นของรูปหล่อนั่นจริง ทำไมถึงต้องแยกหลุมฝัง ของพรรค์นี้มันต้องฝังรวมกันสิถึงจะถูกธรรมเนียม”
“ถ้าอย่างนั้น ดาบนี่เป็นของใครล่ะครับ”
ชายชราขมวดคิ้วยุ่ง หน้าหงิกทันที “คุณมาคาดคั้นฉัน แล้วฉันจะไปตรัสรู้ถามผีตัวไหนวะ”
ลั่วหยางยิ้มกริ่ม “ใจเย็นสิครับ ผมก็แค่ชวนวิเคราะห์ขำๆ”
“ขืนเสวนาประวัติศาสตร์กับคุณต่อไป อายุฉันคงสั้นลงไปอีกสิบปี” ซูชางหมิงสะบัดหน้าหนีอย่างหัวเสีย
ลั่วหยางเงียบกริบ จะโทษเขาก็ไม่ถูก เด็กแพทย์อย่างเขามานั่งถกเรื่องโบราณคดีกับระดับปรมาจารย์ของวงการ นี่ไม่ใช่การรนหาที่ตาย แต่เป็นการทรมานคนแก่ให้ตายคาที่ชัดๆ
ชายหนุ่มเลิกสนใจตาเฒ่า ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้าดาบสำริด
“เฮ้ย ระวัง” ซูชางหมิงหนังตากระตุก เส้นประส