ด้วยประสบการณ์จากสองครั้งแรก การรักษาซูชางหมิงจึงใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ทันทีที่ลั่วหยางเก็บหน้ากากทองสำริดลงกระเป๋าสะพาย ชายสูงวัยบนเตียงก็ฟื้นคืนสติพอดี
“ที่นี่คือ…” ซูชางหมิงกวาดสายตาเลื่อนลอย
ลั่วหยางทรุดตัวลงนั่งขอบเตียง “ศาสตราจารย์ซู เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย”
“คุณเป็นใคร?”
“ผมลั่วหยาง เป็นหมอ การรักษาเสร็จสิ้นแล้ว คุณปลอดภัยดี” เขาตอบรวบรัด
ซูชางหมิงยังคงมีท่าทีเหม่อลอย สมองประมวลผลไม่ทัน
ลั่วหยางไม่รอช้า ยิงคำถามดึงสติทันที “ศาสตราจารย์ คุณจำดาบสำริดเล่มนั้นได้ไหม?”
ชายสูงวัยพยักหน้าช้าๆ ตามสัญชาตญาณ
“ตอนถือมันเกิดอะไรขึ้น ร่างกายมีปฏิกิริยาแปลกๆ บ้างไหม?”
แววตาของซูชางหมิงเปลี่ยนไป ความเลื่อนลอยหายวับ แทนที่ด้วยความระแวดระวัง เขาจ้องหน้าหมอหนุ่มนิ่ง ไม่ยอมปริปาก
“ศาสตราจารย์ซู โปรดบอกทุกอย่างที่คุณรู้ เรื่องนี้คอขาดบาดตายนะ”
ซูชางหมิงหรี่ตา แววตาเต็มไปด้วยความคลางแคลง “คุณบอกว่าเป็นหมอ… เป็นแค่หมอแล้วจะมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องพวกนี้ทำไม? อีกอย่าง ผมมีความจำเป็นอะไรต้องตอบคุณ?”
ลั่วหยางชะงัก
“เอาล่ะ ทีนี้ตอบคำถามผมมาซะ” ซูชางหมิงพลิกกลับมาเป็นฝ่ายออกคำสั่ง เสียงเข้มงวดและทรงอำนาจแบบคนเป็นอาจารย์
ลั่ว