เข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้เส้นตายครึ่งชั่วโมงเข้าไปทุกที หม่าจงหัวยิ่งร้อนรนจนนั่งไม่ติด เขาเดินงุ่นง่านไปมาหน้าห้องกักตัวราวกับหนูติดจั่น
จางจื้อเห็นสภาพนั้นก็แค่นหัวเราะเยาะ “ผู้อำนวยการหม่า จะเดินให้พื้นสึกไปก็เปล่าประโยชน์ ตาบอดมองคนพลาดจนโดนเด็กเมื่อวานซืนต้มเปื่อย… เรื่องแบบนี้ไม่ได้น่าเกลียดอะไรหรอกนะ”
หม่าจงหัวปรายตาขวางใส่ ขี้เกียจลดตัวลงไปเสวนาด้วย
จางจื้อยังไม่ยอมจบ ลอยหน้าลอยตาแขวะต่อ “แต่ถ้างานนี้มีเรื่องรับสินบนหรือผลประโยชน์ทับซ้อนแอบแฝงอยู่ล่ะก็… เบื้องบนคงไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ แน่”
“หมายความว่ายังไง” หม่าจงหัวกัดฟันกรอด โกรธจนเส้นเลือดขมับปูดโปน
จางจื้อหัวเราะหึๆ ในลำคอ “ก็ไม่ได้หมายความว่ายังไง แค่เวลาใกล้จะหมดแล้ว ถึงตอนนั้นคุณจะโทรเรียกตำรวจมาลากคอมันเข้าซังเตเอง หรือจะให้ผมเป็นคนโทรดีล่ะ”
หม่าจงหัวแค่นเสียงหนัก ไม่ตอบโต้
ในบรรดาคนทั้งหมด เยี่ยอี้หมิงคือคนที่เชื่อใจลั่วหยางสุดลิ่มทิ่มประตู ทว่าเมื่อเวลาบีบคั้นเข้ามา จิ้งจอกเฒ่าก็อดไม่ได้ที่จะชะเง้อมองบานประตูห้องกักตัวด้วยความกระวนกระวาย
จางจื้อก้มมองนาฬิกาโรเล็กซ์บนข้อมือ ก่อนจะแกล้งตะโกนลั่นทางเดิน “เหลืออีกสองนาที… แค่สองนาทีเท่าน