งก็โกรธเกรี้ยว บ้างก็สอบถาม แต่ไม่ว่าพวกมันจะพูดอะไรก็ล้วนแต่สายเกินไปทั้งสิ้น
เจียงฉางเซิงแยกวิญญาณของพวกมันออกครึ่งหนึ่งแล้วเก็บเข้าสู่คัมภีร์ภูผาสมุทร
สัตว์ปีศาจที่ยังมีชีวิตอยู่ภายในค่ายกลต่างจ้องมองภาพนี้ด้วยความสิ้นหวัง พวกมันเข้าใจความรู้สึกของเผ่ามนุษย์ในเตาหลอมฟ้าดินก่อนหน้านี้แล้ว
แม้เจียงฉางเซิงจะเลี้ยงปีศาจไว้ แต่ไม่มีทางปล่อยสัตว์ปีศาจพวกนี้ไป พวกมันล้วนต้องตาย
เมื่อคัมภีร์ภูผาสมุทรมีหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกเจ็ดหน้า เจียงฉางเซิงก็สลายครึ่งวิญญาณที่เหลือของเจ็ดจอมปีศาจทันที ไม่ให้มีโอกาสเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
ส่วนศพของเจ็ดจอมปีศาจก็ถูกเขาเก็บเข้าสู่ภายในโลกแห่งมรรคา
มนุษย์ในจักรวาลกลางฝ่ามือมองใบหน้าของเจียงฉางเซิง แม้มองเห็นไม่ชัดแต่สามารถทำให้พวกเขาเกิดความคิดต่างๆ นานาขึ้นมา
เมื่อพวกเขาเห็นหน้าผากของเทพเซียนท่านนี้เปล่งแสงสีทองออกมาแล้วเก็บเจ็ดจอมปีศาจไป พวกเขาก็ตื่นเต้นยิ่งขึ้น นี่ต้องเป็นเทพเซียนแน่นอน!
ค่ายกลกระบี่สุริยันจันทร์สวรรค์พิภพเริ่มหดตัว!
เสียงตูมดังสนั่น!
กระบี่สวรรค์พิภพสามสิบหกเล่มรวมตัวจากนอกทวีปเข้ามาชนกันกลางอากาศ เหล่าสัตว์ปีศาจทั้งหมดบนผืนทวีปถูกบดเป็นผุยผงปลิวไปกับสายลม
เจียงฉางเซิงมองไปยังที่ที่ห่างไกล กระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มย่อขนาดลงแล้วแยกสังหารไปทั่วสารทิศ
เขาวางแผ่นดินในมือลง แผ่นดินนั้นพลันตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็วแล้วกลับสู่ขนาดเดิม แม้ผู้คนบนพื