ห้อิ่มท้องก่อนค่อยว่ากัน”
วานรสีนิลสี่แขนคลึงหน้าอกที่เจ็บปวดของมันแล้วเอ่ยทั้งแสยะยิ้ม สายตาของมันจรดอยู่ภายในเตาหลอมฟ้าดิน สีหน้าพลันดุร้ายขึ้นมา
ปีศาจขุนเขาเตือนขึ้นมาว่า“ควบคุมตนเองหน่อย พวกเราจำเป็นต้องใช้เลือดและเนื้อของมนุษย์จำนวนมาก”
“ข้ารู้แล้ว ไม่ต้องพล่าม!”
วานรสีนิลสี่แขนพูดอย่างไม่พอใจ ก่อนก้าวเข้าหาเตาหลอมฟ้าดิน
ในเวลานี้เอง แสงแดดหลายเส้นก็ทะลุเมฆปีศาจลงมาและส่องสว่างให้แก่ฟ้าดิน เหล่าจอมปีศาจตื่นตกใจจนชะงักไป สัตว์ปีศาจนับไม่ถ้วนที่อยู่ทั้งบนฟ้าและบนดินต่างเงยหน้าขึ้นมอง เช่นเดียวกับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์เผ่ามนุษย์ที่สิ้นหวังด้วย
กลางแสงตะวันนั้นมีร่างหนึ่งค่อยๆ ร่อนลงมา
เป็นเจียงฉางเชิงนั่นเอง
แสงเทพสุดขอบตะวันส่องสว่างเช่นกลางวัน เสื้อคลุมขนนกเทพกิเลนพลิ้วสะบัดตามสายลม แม้ใบหน้าของเขาจะถูกบดบัง แต่มีพญาหงส์ตัวหนึ่งบินออกมาจากมงกุฎพญาหงส์เก้าลัญจกรและบินวนอยู่รอบตัวเขา มีขวดน้ำเต้าทองม่วง แพรพันธนาการเทพ แส้ขนกิเลนและกระบี่เคลื่อนตะวันเหน็บไว้ที่เอว ส่วนมือขวาของเขาก็ถือคัมภีร์ศิลาเล่มหนึ่ง
เขาไม่ได้ใช้วิชาทาบฟ้าเทียมพสุธา ยังคงอยู่ในร่างของคนธรรมดา แต่เวลานี้เขาเป็นประหนึ่งเทพเซียนลงมาบนแดนมนุษย์ เหล่าสัตว์ปีศาจและผู้ฝึกยุทธ์ที่ได้เห็นต่างต้องตกตะลึง
เจียงฉางเชิงพยากรณ์มาก่อนแล้วว่าในรัศมีล้านล้านลี้นี้ไม่มีสิ่งใดที่คุกคามเขาได้ เขาสังหารจอมปีศาจได้เต็มที่
ผู้แข็งแกร่งท