กเจียงเยว่หุบลงทันที เธอแสร้งกระแอม “ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะ แต่ทำไมไม่ไปคลับนั่นล่ะ มีของให้เล่นเพียบ เผลอๆ มันอาจจะหอบเงินก้อนโตมาฟาดหัวนายด้วยซ้ำ”
“ของบางอย่าง เงินมันก็ซื้อไม่ได้”
เจียงเยว่แค่นหัวเราะ “บนโลกนี้มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้ด้วยเหรอ”
“มโนธรรมไง”
สาวบอดี้การ์ดเบ้ปาก สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไร้สาระ
ลั่วหยางยิ้มขำ “งั้นถามหน่อย… ถ้าให้ราคาดี เธอจะยอมตัดหัวตัวเองขายไหมล่ะ”
เจียงเยว่ “…”
บทสนทนาจบเห่ลงแค่นั้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ กระท่อมตู้ฝู่
ลั่วหยางก้าวลงจากรถ หันไปเคาะกระจกฝั่งคนขับ “ขอบใจมาก กลับไปเถอะ อีกอาทิตย์นึงค่อยพาคุณหลิวมาหาฉัน เดี๋ยวจะฝังเข็มรอบสุดท้ายให้”
เจียงเยว่พยักหน้าส่งๆ ก่อนหักพวงมาลัยคัลลิแนนกลับรถพุ่งทะยานออกไป
ลั่วหยางเดินเข้าไปด้านใน รอได้แค่สองนาที ซ่งตงหมิงก็โผล่หัวมา คราวนี้มันมาคนเดียว ไร้เงาบอดี้การ์ดตาบอดสองตัวนั้น
“หาที่เงียบๆ คุยกัน” ซ่งตงหมิงเข้าเรื่องทันที
ลั่วหยางพยักหน้า ทั้งสองเดินลัดเลาะไปตามทางจนถึงศาลาพักร้อนริมน้ำ
“มีอะไรก็รีบเห่ามา” ลั่วหยางขี้เกียจเสียเวลา
“ว่าราคาของแกมาเลยดีกว่า” ซ่งตงหมิงเปิดไพ่
“ราคาอะไร” ลั่วหยางแสร้งตีหน้าซื่อ
“ไสหั