จำได้ทันทีว่าเป็นซ่งตงหมิง เดาไม่ยากว่าคงไปมุดหัวขอเบอร์เขามาจากหวังซุ่นลี่หรือไม่ก็เหลียงหง
“ที่แท้ก็คุณชายซ่ง มีธุระอะไรถึงคุยสายไม่ได้ล่ะ”
“เรื่องบางเรื่องคุยผ่านโทรศัพท์ไม่สนุก ฉันรอนายอยู่คลับจงอี้ มาเจอกันหน่อย… รับรองว่างานนี้มีแต่คุ้มกับคุ้ม” น้ำเสียงของซ่งตงหมิงแฝงเจตนาติดสินบนชัดเจน
เจียงเยว่ลอบมองลั่วหยางจากหางตา แม้ระบบเก็บเสียงของคัลลิแนนจะไร้ที่ติ แต่เสียงลอดจากลำโพงโทรศัพท์ในห้องโดยสารเงียบกริบก็ดังพอให้เธอจับใจความได้ ไม่ต้องใช้สมองคิดก็รู้ว่าซ่งตงหมิงคิดจะเอาเงินฟาดหัว เธอแค่อยากรู้ว่าชายหนุ่มจะเอายังไง
ลั่วหยางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “เจอก็ดี ฉันก็มีเรื่องอยากเคลียร์กับแกอยู่พอดี”
“เยี่ยม เดี๋ยวฉันให้เด็กเตรียมของเล่นสนุกๆ ไว้รอ” ซ่งตงหมิงหัวเราะร่วน
เจียงเยว่เหยียดยิ้มหยัน
ทว่าลั่วหยางกลับพูดดักคอ “แต่ฉันไม่ไปคลับสวะอะไรนั่นของแก เปลี่ยนเป็นกระท่อมตู้ฝู่ ไปเจอกันที่นั่น”
“ที่พรรค์นั้นมันจะคุยธุระได้ไง” ซ่งตงหมิงสวนขวับอย่างหัวเสีย
“ฉันให้เวลาครึ่งชั่วโมง เลทเกินห้านาทีฉันกลับ” พูดจบลั่วหยางก็ชิงกดตัดสาย ปล่อยให้อีกฝ่ายยืนด่าลมด่าแล้งไป
รอยยิ้มหยันบนมุมปา