่วหยางลอบถอนหายใจโล่งอก ค่อยๆ ดำดิ่งสู่สภาวะสมาธิ ทบทวนมรดกวิชาของจอมขมังเวทบรรพกาล การสืบทอดแบ่งเป็นสามวิชาหลัก คือ ‘ตราประทับชะตาขมังเวท’ ‘วิชาประทับวิญญาณบรรพกาล’ และ ‘ดัชนีแพทย์ไท่ชู’
วินาทีนี้ ‘ตราประทับชะตาขมังเวท’ ปรากฏขึ้นในห้วงจิตสำนึก ตราประทับสามเหลี่ยมสลักลวดลายลึกลับเปล่งแสงเรืองรองจางๆ ด้านล่างมีร่างจำแลงของจอมขมังเวทตัวจิ๋วนั่งขัดสมาธิอยู่… ซึ่งก็คือตัวเขาเอง
การมีตราประทับนี้ ถึงจะนับว่าเป็นจอมขมังเวทที่แท้จริง
เมื่อเพ่งจิตตามไป ตราประทับทรงกลมอีกอันก็ปรากฏขึ้นพร้อมแสงสว่างวาบ นั่นคือ ‘วิชาประทับวิญญาณบรรพกาล’ สรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ ไม่เว้นแม้แต่ภูผาใหญ่หรือยอดหญ้าจิ๋ว วิชานี้สามารถปลุกจิตวิญญาณเหล่านั้นให้ตื่นขึ้นจนเชื่อมโยงกับวิญญาณมนุษย์ และยังสามารถหลอมรวมจิตวิญญาณของสรรพสิ่งเพื่อยกระดับอานุภาพของมันได้อีกด้วย…
รุ่งสาง
ลั่วหยางก้าวออกจากห้องนอน กวาดตามองเห็นเยี่ยจือกับซ่งเหม่ยฉีนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีโจ๊กสามชาม สลัดผักหนึ่งจาน และแตงกวาทุบคลุกน้ำมันงาอีกจาน
“คุณลุงลั่ว มาทานข้าวเร็ว” เด็กน้อยโบกมือหยอยๆ
ลั่วหยางยิ้มรับ “เหม่ยฉีเด็กดี”
“คุณลุงลั่วเป็นหนอนขี้เกียจ หนู