งกลับมาเอาของชิ้นนี้ เขาคงไม่มาเหยียบที่นี่อีก ชายหนุ่มเก็บรูปสอดเข้าหนังสือ หมุนตัวเตรียมเดินจากไป
ทว่าเหลียงหงกลับพุ่งพรวดเข้ามาขวาง
ประสาทสัมผัสของลั่วหยางตึงเครียดตามสัญชาตญาณ เตรียมจะแย่งกรรไกรในมือเธอ แต่พอห่างกันแค่ก้าวเดียว หญิงสาวกลับทรุดฮวบ คุกเข่าดังตุบลงกับพื้น
ลั่วหยางชะงักกึก นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาไม้นี้
“ลั่วหยาง ให้อภัยฉันเถอะนะ ฉัน… ฉันโดนไอ้แก่เวรนั่นขู่ มันบอกว่าถ้าไม่ยอมนอนด้วย จะไล่เราสองคนออก กว่าพวกเราจะได้เข้าทำงานที่จื้อเทียนมันไม่ง่ายเลย เราจะตกงานไม่ได้… ฉันก็เลย… ก็เลยโดนมันย่ำยี ฮือๆ…” เหลียงหงบีบน้ำตา ร้องไห้ฟูมฟาย
ลั่วหยางปรายตามอง “เลิกเล่นละครเถอะว่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งอายเปล่าๆ”
เสียงสะอื้นหยุดกึก เหลียงหงเงยหน้าขึ้น “แกจะต้อนให้ฉันพูดให้หมดใช่ไหมล่ะ วันนี้ฉันเพิ่งตาสว่าง ที่ตอนนั้นแกมาคบกับฉัน ก็เพื่อใช้ฉันเป็นสะพานเข้าหาหวังซุ่นลี่ ให้มันดึงแกเข้าทำงานที่จื้อเทียน แกกับมันฮั้วกันตั้งแต่สมัยเรียนแล้วใช่ไหม”
หญิงสาวใช้หลังมือปาดน้ำตาส่งๆ สีหน้าลบความน่าสงสารทิ้งไปจนหมดสิ้น
ลั่วหยางกระตุกยิ้มหยัน “ตอนอยู่มหา’ลัย ฉันเป็นแค่บันไดให้แกเหยียบ พอ