้แหลกคามือ
หน้าเคาน์เตอร์พยาบาล หญิงสาวในชุดขาวสองคนกำลังสุมหัวนินทากันเสียงเบา
“ป่านนี้เขายังไม่รู้แน่เลยว่าผอ.หวังแอบกินกับเหลียงหง เราควรเตือนเขาไหม”
“จะเตือนหาอะไร เขาอาจจะรู้ตั้งนานแล้วก็ได้ ถ้าไม่ยอมประเคนแฟนให้ผอ.หวังนอนด้วย คิดว่าจะได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลจื้อเทียนหรือไง”
“ก็จริง อยากสบายทางลัด บางทีก็ต้องยอมสวมเขาตัวเองแหละ”
“เสียดายความหล่อ หน้าตาก็ดี ดันคว้าอีนังร่านมาทำเมีย”
เสียงซุบซิบนั้นเบาแสนเบา แต่สำหรับลั่วหยางที่ทะลวงกายาจิตขมังเวทสำเร็จ ต่อให้เบากว่านี้อีกสิบเท่าเขาก็ได้ยินชัดทุกรูขุมขน เขาได้แต่แค่นหัวเราะหยันในใจ
จะโทษใครได้ ต้องโทษที่ตัวเองตาบอด ดันคว้าผู้หญิงร่านๆ มาเทิดทูนเป็นสมบัติล้ำค่า
“หมอลั่วคะ” พยาบาลทั้งสองคนรีบปั้นหน้าทักทายทันทีที่เห็นเขาเดินมา
ลั่วหยางคร้านจะเสวนาด้วย เขาเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ไปโดยไม่ปรายตามอง
“จะเก๊กหาอะไรวะ หยิ่งตายแหละ”
“สมควรแล้วที่โดนสวมเขา”
เสียงแว้งกัดตามหลังมาติดๆ
เมื่อมาถึงหน้าห้องหมายเลขสิบสอง เสียงเด็กผู้หญิงก็ดังลอดออกมา
“หม่าม้า… หนูยังจะเดินได้อีกไหมคะ”
“ได้สิลูก ยายหนูคนเก่งของแม่โตขึ้นต้องได้เป็นนักเต้นคนส