เมื่อนึกถึงตรงนี้ ฟางเจิ้งเอ่ยถาม “พี่ระบบ อวยพรล่มเมืองกับหลี่เสวี่ยอิงแบ่งบุญกุศลกันเท่าไร?”
“อวยพรล่มเมืองใช้บุญกุศลเจ็ดร้อยแต้ม อวยพรหลี่เสวี่ยอิงใช้บุญกุศลสามร้อยแต้ม” ระบบตอบ
“เยอะขนาดนั้นเลย?” ฟางเจิ้งตกใจ ถ้าเขาจำไม่ผิด ครั้งก่อนที่อวยพรเด็กสองคนใช้บุญกุศลสองร้อยแต้มเอง!
“การอวยพรจะเพิ่มขึ้นตามผลกระทบของอีกฝ่าย คนที่ส่งผลกระทบมาก ถ้าคำอวยพรเข้าเปลี่ยนแปลง หลังจากเรื่องบางเรื่อง เหตุและผลที่จะเกิดขึ้นตามมาก็ยิ่งมาก ย่อมต้องใช้บุญกุศลมากเป็นธรรมดา ล่มเมืองเป็นวัตถุไม่ใช่คน ปกติจะง่ายกว่าอวยพรให้คน ทว่าผลกระทบของมันใหญ่กว่า! กว้างกว่า! อวยพรตอนนี้ก็ต้องแพงกว่า นายคิดดีๆ แล้วกันว่าจะอวยพรไหม” ระบบตอบ
ฟางเจิ้งฟังจบก็ปวดใจจริงๆ แต่พอนึกถึงสิ่งที่หนังล่มเมืองสื่อออกมา เขาจึงกัดฟัน “อวยพรล่มเมือง!”
“เริ่มการอวยพรล่มเมือง สังเกตดู บุญกุศลเริ่มหายไป ก่อนที่มันจะหยุด ยิ่งนายสวดมนต์เยอะ คำอวยพรก็ยิ่งมาก! ผลลัพธ์ก็ยิ่งแกร่ง!”
“อะไรนะ?” เดิมทีฟางเจิ้งคิดว่าจะปลดภาระแล้ว จะไปนั่งปวดใจทางนู้น! แต่ก็ต้องพบเรื่องเศร้า เขาเลี่ยงไม่ได้ ไม่ใช่แค่เลี่ยงไม่ได้ แต่ยังต้องมองบุญกุศลของตนจากเขาไปทีละ