แม้จะมีคนกำลังถอนหายใจที่ฟางเจิ้งไม่เข้าฉาก แต่ฟางเจิ้งกลับคิดว่าเปลี่ยนคนถูกแล้ว! สิ่งที่ฟางเจิ้งแสดงออกมาคือความโกรธต่อสงคราม แต่สิ่งที่ชายชราแสดงออกมากลับเป็นความเมตตาและเศร้าโศกต่อปุถุชน เป็นความเจ็บปวดที่ไร้เรี่ยวแรงเปลี่ยนแปลง! อารมณ์ของสองสิ่งต่างกัน สิ่งที่แสดงออกมาจึงต่างกัน แรงกระทบกระเทือนยิ่งต่างกัน!
ฟางเจิ้งต้องยอมรับว่านักบวชชราแสดงดีกว่าเขา! จนต้องเขียนคำว่ายอมให้ตัวใหญ่ๆ!
ฉากเปลี่ยนไปอีก หวามู่หลันตื่นขึ้นจากการช่วยของนักบวชชรา ตอนที่รักษาบาดแผล หวามู่หลันถามนักบวชชราว่า “หลวงตา ท่านว่าเหตุใดคนเราถึงต้องทำสงคราม?”
“เหตุใดต้องทำสงครามรึ? ในใจทุกคนมีคำตอบของตนเอง อาตมาตอบไม่ได้” นักบวชชราตอบ
“เช่นนั้นคำตอบของใครถูกต้อง?” หวามู่หลันถาม
“ใครพูดถูก ใครพูดผิดแล้วอย่างไร? ประสกมองโลกนี้ก็จะรู้คำตอบ” นักบวชชรามองหมู่บ้านที่ถูกไฟเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านไกลๆ พลางว่า
หวามู่หลันอึ้งงัน มองหมู่บ้านไกลๆ นัยน์ตาค่อยๆ คมกริบขึ้น “ข้าเห็นความแค้น! โหรวหรานรุกรานแคว้นเรา ฆ่าพี่น้องข้า ฆ่าสหายข้า เลวทรามชั่วช้ายิ่ง! ข้าจะฆ่าล้างแค้น!”
ว่าจบ หวามู่พลันก็จับดาบเดินจากไป
นักบวชชรามองแผ่นหลังหวามู่หลันพลาง