ปีไท่เหอที่สี่สิบแปด เหมันตฤดูเพิ่งพ้นผ่าน สรรพสิ่งฟื้นกลับมามีชีวิตชีวา
เจียงฉางเชิงลืมตาขึ้นแล้วบิดขี้เกียจ เขาหันไปมองไป๋ฉีแล้วคลี่ยิ้มถามว่า “พักนี้เหตุใดเมืองหลวงจึงครึกครื้นกว่าปีก่อนๆ”
ไป๋ฉีตอบว่า “ได้ยินมาว่าราชสำนักพบกระดูกสันหลังมังกรชิ้นหนึ่งจากวังใต้ดินของเผ่าราชา ดังนั้นโอรสสวรรค์จึงตัดสินใจจัดงานชุมนุมเฟ้นหาอันดับหนึ่ง ให้อัจฉริยะที่อยู่ในทำเนียบผู้เยี่ยมยุทธ์ทั่วใต้หล้าเข้าร่วม ผู้ที่ได้ชัยชนะจะได้รับกระดูกสันหลังมังกรไป หากใช้ธรรมยุทธ์สวรรค์วิวัฒน์กลืนกระดูกสันหลังมังกรจะได้รับพลังของมังกร ดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วใต้หล้าจึงบ้าคลั่งกันไปหมด”
มันเว้นวรรคครู่หนึ่งก็จิ๊ปากอย่างประหลาดใจ “นายท่าน คืนวันก่อนข้าไปเยี่ยมโอรสสวรรค์ ให้เขาพาพวกเราไปชมกระดูกสันหลังมังกร มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ด้านในมีลมปราณที่ทำให้ข้าขวัญผวาอยู่สายหนึ่ง แม้แต่เจ้าตัวจ้อยหัวเหม็นสองตนนั้นก็รู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง หรือว่าจะเป็นมังกรจริงๆ”
เจียงฉางเชิงหันไปมองทางวังหลวง สายตาจับจ้องไปที่กระดูกสันหลังมังกรชิ้นนั้น กลิ่นอายนี้… มังกรที่ไหนกันเล่า ก็แค่ดูแล้วคล้ายมังกรก็เท่านั้น
เจียงฉางเชิงจดจำกลิ่นอายนี้ได้ เจ้าของมันถูกบันทึกลงไปในคัมภีร์ภูผาสมุทรแล้ว สิ่งนั้นก็คือสัตว์อสูรอันแข็งแกร่งที่อาศัยอยู่ลึกเข้าไปในไท่หวง มันมีรูปร่างคล้ายมังกรน้ำ แต่ยังห่างชั้นจากมังกรอยู่มาก มันไม่ใช่อสูรโชคชะตา แต่แรงกดข่มข