“ข้าเก็บพวกเขาไว้ได้เสียที่ไหน ข้าเพียงอาศัยสมบัติชิ้นนี้มองดูพวกเขาได้เท่านั้น”
เจียงฉางเชิงกลั้นหัวเราะไม่ไหว ระหว่างที่เอ่ยบอก เขาก็ออกแรงบีบหัวหมาป่าของไป๋ฉี มันเจ็บจนต้องร้องโอดโอย
จืออู๋จวินถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “มรรคาจารย์ สมบัติชิ้นนี้ถือกำเนิดขึ้นมาเองหรือท่านเป็นคนหลอมมันขึ้นมาหรือ”
เจียงฉางเชิงตอบว่า “ย่อมต้องเป็นข้าหลอมขึ้นมาสิ ในโลกย่อมหาสมบัติเช่นนี้ไม่พบ แต่สมบัติชิ้นนี้นอกจากข้าแล้ว หากคนอื่นได้มันไปก็เป็นเพียงของไร้ประโยชน์”
ระหว่างที่พูดเขาก็โยนคันฉ่องฟ้าดินให้จืออู๋จวิน จืออู๋จวินรับมา ทว่าทันใดนั้นคันฉ่องฟ้าดินก็หุบเข้าหากันกลายเป็นแผ่นศิลาธรรมดาแผ่นหนึ่ง
จืออู๋จวินลองพยายามเปิดมัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เปิดไม่ได้ แม้จะใช้ลมปราณแทรกเข้าไปข้างในก็ราวกับหินจมลงในทะเล
นางจำใจต้องส่งคันฉ่องฟ้าดินคืนให้เจียงฉางเชิง แล้วถอนหายใจเอ่ยว่า
“มนุษย์เดินดินกับเซียนนั้นแตกต่างกันจริงๆ”
ไป๋ฉีนึกถึงก่อนหน้านี้แล้วอดไม่ได้ถามว่า “นายท่านสิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนฝึกยุทธ์ได้ แต่หากคิดเป็นเทพเซียน ต้องดูที่พรสวรรค์อย่างนั้นหรือ”
ก่อนหน้านี้เจียงฉางเชิงเคยสร้างวิชาวิถีสวรรค์พิภพออกมา แต่พวกฮวงชวนไม่เคยร่ำเรียนได้สำเร็จ หลังจากนั้นเจียงฉางเชิงจึงได้แต่ถ่ายทอดวิชาอื่นให้ฝึกฝน เจียงฉางเชิงเคยบอกว่าต้องบรรลุวิถีสวรรค์พิภพเกือบสมบูรณ์แล้วเท่านั้น จึงจะฝึกฝนวิถียุทธ์ของเขาได้
เจียงฉางเชิงตอบอย่า